"เท้ง ณัฐพงษ์" เข้าคูหาตลิ่งชัน ปลุกคนกรุงฯ ออกมาเลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. ย้ำงบแสนล้านกำหนดอนาคต 4 ปี

"เท้ง ณัฐพงษ์" เข้าคูหาตลิ่งชัน ปลุกคนกรุงฯ ออกมาเลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. ย้ำงบแสนล้านกำหนดอนาคต 4 ปี เผยครอบครัวถูกขยับหน่วยสลับจุด เตือนประชาชนเช็กสิทธิ์ผ่านเว็บก่อนเดินทาง ยันไม่คาดเดาผล ลั่นพร้อมน้อมรับทุกคำตัดสิน
"เท้ง ณัฐพงษ์" เข้าคูหาตลิ่งชัน ปลุกคนกรุงฯ ออกมาเลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. ย้ำงบแสนล้านกำหนดอนาคต 4 ปี
.
(28 มิ.ย. 69) เมื่อเวลา 08.10 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ "เท้ง" หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเต็นท์ภายในหมู่บ้านอิ่มอัมพร 2
โดยทันทีที่มาถึง นายณัฐพงษ์ได้เดินไปตรวจดูรายชื่อของตนเองที่บอร์ดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก่อนจะเดินเข้าคูหาเพื่อใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ จากนั้นจึงได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ครอบครัวของตนมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง จากเดิมที่เคยใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงบางเชือกหนัง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านและเป็นหน่วยเดิมที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม การย้ายหน่วยเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้สร้างปัญหาแต่อย่างใด และจากการสังเกตการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่ามีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเลือกตั้ง
นายณัฐพงษ์ ระบุอีกว่า แม้ชื่อของตนจะยังอยู่ในทะเบียนบ้านเดิม แต่จุดเลือกตั้งมีการสลับเปลี่ยนจากครั้งก่อน จึงอยากฝากถึงประชาชนให้ตรวจสอบรายชื่อและหน่วยเลือกตั้งของตนเองผ่านเว็บไซต์ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของภาครัฐก่อนเดินทางมา เพื่อความสะดวกและไม่เสียเวลา
สำหรับเหตุผลที่เดินทางมาใช้สิทธิในเวลา 08.10 น. นั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่าเป็นเวลาที่นัดหมายกับสื่อมวลชนไว้ และต้องการให้เป็นสัญลักษณ์บางอย่าง พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด เนื่องจากยังสามารถลงคะแนนได้จนถึงเวลา 17.00 น.
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต จึงอาจทำให้ประชาชนบางส่วนไม่ได้รับความสะดวกเหมือนการเลือกตั้งระดับประเทศ แต่ผู้ที่มีสิทธิในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังสามารถเดินทางมาลงคะแนนได้ พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. จะเป็นผู้กำหนดทิศทางการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานครปีละกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วง 4 ปีข้างหน้า
ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคได้ส่งผู้สมัครทั้งผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร ส.ก. ลงแข่งขันครบถ้วน แต่ไม่ได้คาดการณ์ผลการเลือกตั้งเป็นพิเศษ โดยมองว่ายิ่งมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากเท่าใด ก็ยิ่งสะท้อนเจตจำนงของประชาชนได้ชัดเจนมากขึ้น ส่วนผลการเลือกตั้งคาดว่าหลังปิดหีบประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็น่าจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจน
พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ยังคงมั่นใจในแนวทางการทำงานของพรรคประชาชน และพร้อมเคารพคำตัดสินของประชาชน ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบใด พรรคก็พร้อมเดินหน้าทำงานต่อไป




