ช่างสร้างโบสถ์กลางน้ำวัดดังนครพนมโดดน้ำดับ ชาวบ้านลืออาถรรพ์ สิ่งลี้ลับ ตัวตายตัวแทน

ช่างสร้างโบสถ์กลางน้ำวัดดังนครพนมโดดน้ำดับ ชาวบ้านลืออาถรรพ์ สิ่งลี้ลับ ตัวตายตัวแทน เผยมีพระเกจิทักท้วงว่าเจ้าที่ขอตัวตายตัวแทน 1 ชีวิต ก่อนจะเกิดขึ้นจริง
(8พ.ย.66) ร.ต.ท.สุระชัย ไพเราะ รองสว.(สอบสวน) สภ.เรณูนคร รับแจ้งเหตุช่างคนงานก่อสร้างโบสถ์จมน้ำสูญหายกลางสระน้ำในวัดศรีบุญเรือง บ้านนาดี หมู่ 5 ต.หนองย่างชิ้น อ.เรณูนคร จ.นครพนม จึงรุดไปพร้อมแพทย์ รพ.เรณูนคร ทีมประดาน้ำจากสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำลงไปงมไม่ถึง 10 นาที พบร่างผู้เสียชีวิต จมน้ำกลางสระน้ำลึกกว่า 4 เมตร ใกล้เสาเอก ของโบสถ์กลางน้ำขนาดใหญ่ ที่กำลังก่อสร้าง จึงกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากน้ำ ทราบชื่อคือ นายสิทธิ์ อายุ 34 ปี เป็นช่างก่อสร้างโบสถ์ ชาว ต.หนองบ่อ อ.เมืองอุบลราชธานี สภาพศพไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ
ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่าผู้ตายมีอาการเหม่อลอย ผิดปกติ ทีมช่าง และคนงาน รวมถึงญาติ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ลงมาจากหลังคาโบสถ์สูงเกือบ 20 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโบสถ์กลางน้ำขนาดใหญ่ งบประมาณเกือบ 20 ล้านบาท ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 สำหรับวันนี้เป็นการยกช่อฟ้าบางส่วนบนหลังคาโบสถ์
ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าต่อไปว่า จนกระทั่งช่วงบ่ายผู้ตายมีอาการคล้ายประสาทหลอน แต่ทีมช่างคนงานใกล้ชิดยืนยันว่าไม่ได้มีอาการเมาจนขาดสติ แต่ยอมรับว่าผู้ตายชอบดื่มเหล้า แต่สามารถทำงานได้ปกติ จนกระทั่งเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยผู้ตายตะโกนเสียงดังบอกว่าต้องตายให้ได้ และพยายามกระโดดลงมาจากหลังคาโบสถ์สูงเกือบ 20 เมตร ตกลงมากลางสระน้ำลึกกว่า 5 เมตร แต่ชาวบ้าน และทีมคนงาน พยายามหาทางช่วยได้ทัน ก่อนนำขึ้นมาสงบสติอารมณ์
ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าอีกว่า แต่ยังมีอาการคล้ายคนประสาทหลอน ไม่ทราบสาเหตุ บ่นว่าอยากตาย ทีมช่าง และชาวบ้าน หาทางเกลี้ยกล่อมนานกว่า 30 นาที สุดท้ายชาวบ้านเผลอ ผู้ตาย วิ่งหนีกระโดดลงกลางสระน้ำจมสูญหายเสียชีวิต
ส่วนแม่ผู้ตาย ยืนยันว่า ลูกชายไม่เคยป่วยทางจิตมาก่อน ถึงขั้นประสาทหลอน ยอมรับชอบดื่มเหล้า แต่มีสติ สามารถทำงานได้ทุกวัน ไม่เคยมีปัญหาทางสภาพจิตใจมาก่อน และยังเกิดความสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้มีชาวบ้านส่วนหนึ่งต่างพากันร่ำลือถึงอาถรรพ์ สิ่งลี้ลับ ในสระน้ำโบราณดังกล่าว เชื่อว่ามีเจ้าที่แรง เพราะเป็นสระน้ำโบราณ อายุกว่า 100 ปี เกิดขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งหมู่บ้าน เดิมมีโบสถ์ไม้กลางน้ำ จนกระทั่งปี 2563 ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ร่วมกับทางวัดศรีบุญเรือง ได้รื้อถอนพัฒนาขุดลอกสระน้ำ และระดมพลังศรัทธามาก่อสร้างโบสถ์ขนาดใหญ่ งบปราณ กว่า 20 ล้านบาท
แต่ก่อนนี้ในช่วงประกอบพิธีบวงสรวง รวมถึงพิธีความเชื่อ ในสระน้ำดังกล่าว ก่อนมีการก่อสร้างเคยเกิดเรื่องลี้ลับหลายอย่าง ทั้งมีพระเกจิมาทักท้วงว่าเจ้าที่ขอตัวตายตัวแทน 1 ชีวิต รวมถึงเคยมีปัญหาการก่อสร้างวางเสาเข็มไม่สามารถเทฐานรากได้ เพราะดินโคลนทรุดกลางสระน้ำ จนต้องมีการทำพิธีความเชื่อของเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถก่อสร้างได้
โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเชื่อกับคำทำนาย และสุดท้ายไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วนร่ำลือว่า คนงานช่างอาจลบหลู่ ดื่มเหล้าในวัด และขณะทำงานก่อสร้างโบสถ์ไม่ศรัทธาต่อเจ้าที่ จึงเกิดอาถรรพ์ ถึงขั้นเอาชีวิตคนงานช่าง




