หลวงกับเจ้าแม่ใครจะแน่กว่ากัน ศาลแม่มะลิกับต้นมะหาดตระหง่านกลางถนน ทางการไม่กล้าแตะ

ต้นมะหาดร้อยปีกลางถนน ชาวบ้านตั้งศาลแม่มะลิให้โชคจนคนแห่เซ่นไหว้ ทางการไม่กล้าตัดต้องขอชาวบ้านเจียดที่ขยายถนนให้รถยนต์วิ่งได้
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ซ.ยางงาม หมู่ที่ 5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กรณีต้นมะหาดขนาดใหญ่อายุกว่าร้อยปี อยู่กลางถนน จนมีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถาม ว่าเหตุใดต้นไม้จึงมีต้นไม้อยู่กลางถนนเช่นนี้
พบต้นไม้ดังกล่าวยืนต้นอยู่บริเวณท้ายซอย มีถนนลาดยางมะตอยตัดแหวกกลาง รถยนต์วิ่งผ่านได้เพียงเลนเดียว ส่วนอีกเลนเป็นช่องขนาดเล็ก จยย.วิ่งผ่านได้เท่านั้น ซึ่งบริเวณโคนต้นมะหาด มีผ้า 3 สีและศาลไม้เก่าชำรุดตั้งอยู่ (ไม่มีป้ายบอกชื่อ) รวมทั้งเครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก ตลอดจนชุดไทยหลากสีนับ 10 ชุด

สอบถาม นางสุพร ชุดชลามาศ อายุ 79 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่บริเวณหน้าต้นไม้ ระบุมาปลูกบ้านเมื่อ 40 ปีก่อนและต้นมะหาดเกิดอยู่ก่อนแล้ว สมัยนั้นยังเป็นต้นไม้ธรรมดา ไม่ได้มีผู้ใดมากราบไหว้ แต่เมื่อมีผู้คนมาอาศัยแถบนี้มากขึ้น ก็เริ่มมีผู้พบเห็นร่างคล้ายหญิงสาวสวมชุดไทยสไบเฉียง เดินอยู่บริเวณต้นไม้ พ่อของตนก็บอกว่าเคยพบเห็นเช่นกัน ส่วนตนยังไม่เคยได้เห็น แต่เสียงร่ำลือทำให้มีคนแห่มากราบไหว้ขอโชคลาภ มีผู้ถูกหวยเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้นำศาลไม้มาตั้ง และผูกผ้าสามสีรวมถึงนำเครื่องเซ่นไหว้มาบูชา มีการเรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นว่า “เจ้าแม่มะลิ”
โดยมีหน่วยงานมาตรวจสอบ เพื่อจะตัดต้นไม้ออกไม่ให้กีดขวางเส้นทางจราจร แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดกล้าตัด ส่วนถนนที่รถยนต์วิ่งผ่านได้นั้นอยู่ติดกับหน้าบ้าน แต่เดิมแคบมากรถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เนื่องจากมีต้นไม้ขวางอยู่ ทางราชการจึงได้ขอความอนุเคราะห์จากครอบครัว ให้ช่วยแบ่งปันพื้นที่ส่วนหนึ่ง เพื่อขยายเลนถนน ทางครอบครัวก็ยินดี เพราะเห็นว่าต้นไม้ได้อยู่มาก่อน และเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้สะท้อนว่า อำนาจบารมีของเจ้าแม่มะลิที่ชาวบ้านนับถือ ทำให้หน่วยงานภาครัฐ(หลวง)ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว สุดท้ายต้องยอมสละที่ดินสาธารณะประโยชน์ให้กับเจ้าแม่ และอาจตอบคำถามในใจหลายคนว่า “หลวงกับเจ้าแม่ ใครแน่กว่ากัน”




