ชาวบ้านพบปลาลักษณะแปลกสีชมพู คางยื่น นักวิชาการฯเฉลยคือปลาอะไร

ชาวบ้านบ้านแหลมสนพบปลาลักษณะแปลกสีชมพู คางยื่น ล่าสุดนักวิชาการฯเฉลยปลาดังกล่าวคือ"ปลาบู่เขือ"
(12พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่บ้านแหลมสนต่างแปลกใจเมื่อมีคนพบปลาที่มีลักษณะแปลกไม่เคยพบเห็นในพื้นที่มาก่อน จนหลายคนตั้งคำถามว่ามันคือปลาอะไรและจะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทางธรรมชาติอย่างไร
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล เป็นบ้านของนายวินิช ปกติง ผู้พบปลาตัวดังกล่าวและได้พาผู้สื่อข่าวไปดูปลาที่ขังไว้ในอ่าง โดยปลาตัวดังกล่าวมีลักษณะแปลก มีลำตัวยาวประมาณ 1 ฟุต มีขนาดเท่าหัวแม่มือ ลำตัวมีสีชมพูทั้งตัว มีครีบจากลำคอยาวไปจรดหาง ครีบใต้ตัว 2 ครีบมีสีชมพูเข้ม หัวมีลักษณะไม่ยาว ปากกว้างคางใต้ยาวกว่าปากบนมีฟันซี่เล็ก ๆ แหลมหลายซี่ ลูกตาเล็กนิดเดียวจนแทบมองไม่เห็น
นายวินิช เล่าว่า ตนเองพบปลาตัวดังกล่าวเมื่อเช้าของวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่น้ำลง ขณะนั้นตนนั่งอยู่หน้าบ้าน หันไปมองบริเวณข้างบ้านที่เป็นคลองน้ำเค็ม น้ำลงโผล่โคลน ตนสังเกตเห็นมีตัวอะไรบางอย่างว่ายอยู่บนโคลน ลักษณะตัวยาวเมื่อกระทบกับแสงแดดเห็นสีชมพูแวววาวอย่างเห็นได้ชัด
"ตนเองจึงได้ลงไปดูก็ได้เห็นปลาตัวดังกล่าว จึงได้นำขึ้นมาสังเกตว่ามันเป็นปลาที่แปลก เลยสอบถามกับชาวประมงและชาวบ้านในพื้นที่ที่ตอนนั้นมาขายอาหารทะเลให้กับตน แต่ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็น" นายวินิช ระบุ
นายวินิช กล่าวต่อไปว่า ตอนแรกตนก็คิดว่าเป็นลูกของปลาไหลทะเล แต่ก็ไม่ใช่เพราะปลาไหลทะเลมีสีเทาหรือสีดำ หัวแหลม หางแหลม ซึ่งแตกต่างกับปลาตัวที่พบโดยสิ้นเชิง จึงอยากฝากผู้สื่อข่าวช่วยหาคำตอบเพราะชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่าไม่เคยมีใครเห็นปลาตัวดังกล่าวในพื้นที่มาก่อน จึงอยากรู้ว่ามันเป็นปลาอะไร จะบ่งบอกถึงอะไรบ้าง
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามผ่านโทรศัพท์ไปยังนายถนอมพงศ์ บัวบรรจง นักวิชาการประมงปฏิบัติการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงสตูล ได้รับทราบคำตอบว่า ปลาตัวดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า"ปลาบู่เขือ"โดยจะอาศัยอยู่และพบได้ทั่วไปในพื้นที่ปากแม่น้ำหรือในป่าชายเลนทั่วประเทศที่มีป่าชายเลนและเป็นโคลน เนื่องจากปลาดังกล่าวอาศัยอยู่ในรูในตอนกลางวันและจะออกมาหากินในป่าชายเลนตอนกลางคืน และไม่ค่อยติดเครื่องมือของชาวประมง จึงทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยพบเห็น และยืนยันว่าไม่ได้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในพื้นที่แต่อย่างใด แถมยังเป็นเรื่องที่ดีที่อาจจะสื่อถึงความสมบูรณ์ของป่าชายเลนในพื้นที่อีกด้วย




