น้ำหลากชาวบ้านแห่หาปลาขายรายได้งาม ส่วนทางการเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ข่าวเวิร์คพอยท์
น้ำหลากชาวบ้านแห่หาปลาขายรายได้งาม ส่วนทางการเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ชาวบ้านแห่หาปลาช่วงน้ำหลาก ส่วนทางการสั่งทุกพื้นที่ต้นน้ำชีเฝ้าระวังฝนตกหนัก เสี่ยงท่วมฉับพลัน เหตุลำชีตื้นเขิน คาดผลจากเอลนีโญอาจทำไทยแล้งหนักยาวข้ามปี

ที่ จ.ชัยภูมิ วันนี้ (18 ก.ย.66) นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผวจ.ชัยภูมิ ออประกาศ แจ้งเตือนประชาชนทุกหมู่บ้านในพื้นที่ เฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำป่าหลากท่วมฉับพลันได้ในช่วง 18-22 กันยายนนี้ 

นายสมบัติ ไตรศักดิ์ รอง ผวจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ จ.ชัยภูมิ ยังต้องเฝ้าระวังเสี่ยงเกิดน้ำป่าหลากได้ทุกพื้นที่ไปจนถึงวันที่ 22 กันยายนนี้ ภาพรวมปีนี้ เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้มีน้ำเก็บกักยังน้อยในทุกพื้นที่ และในช่วงที่มีฝนตกหนัก ก็เก็บกักน้ำเพิ่มเติมไว้บางส่วนได้ ซึ่งปัญหาน้ำหลาก ก็มาจากความตื้นเขินของลำแม่น้ำชี

ซึ่ง จ.ชัยภูมิ ที่เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชี ลำน้ำที่ยาวที่สุดของประเทศไทย รวมกว่า 700 กม.จากความตื้นเขินของลำน้ำ ทำให้รับน้ำป่าที่หลากลงมาไม่ได้มาก จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างรวดเร็วในพื้นที่ ยืนยันว่า อนาคตต้องมีการเสนอแผนจากหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาการตื้นเขินของลำแม่น้ำชีทั้งระบบ

หากมองภาพรวมแล้ว ในช่วงนี้ที่ถึงแม้จะมีฝนตกลงมา แต่ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ก็ยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำไว้อย่างเพียงพอได้ คาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะส่งผลที่ จ.ชัยภูมิ ทำให้น้ำแล้ง หรือภัยแล้งยาวนานไปจนถึงปี 2567-2568 ด้วย

ขณะที่ในหลายพื้นที่มีน้ำป่าหลากไหลแรงผ่านตามลำห้วย คูคลอง พื้นที่ถนนตามชนบทหลายสาย ถูกน้ำกัดเซาะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และในส่วนประชาชนในพื้นที่ก็ต่างพากันพลิกวิกฤตช่วงเกิดน้ำหลาก ทำให้มีปลาชุกชุม 

น้ำหลากชาวบ้านแห่หาปลาขายรายได้งาม ส่วนทางการเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนัก

โดยที่บริเวณริมคลองด้านข้างสะพานทางหลวงชนบท ใกล้กับหมู่บ้านโพนทอง หมู่ 12 ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ได้มีชาวบ้านพากันนำอุปกรณ์มาดักจับปลากันอย่างคึกคัก ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านสามารถนำอุปกรณ์มาดักจับปลา ทั้งยกยอ ยกสะดุ้ง ดักปลา หว่านแห ได้อย่างง่ายดายและได้ปลาจำนวนมาก บ้างครั้งยกยอเพียงครั้งเดียวได้กว่า 30 ตัว น้ำหนักไม่น้อยกว่าครึ่ง กก. ส่วนใหญ่จะเป็นปลาขาว ปลาสร้อย ปลาสลิด และปลาอื่นๆที่นิยมนำไปขายและรับประทาน

คุณลุงวัย 62 ปี ชาวบ้านโพนทอง อ.เมือง เปิดเผยว่า ตนได้นำยอหรือสะดุ้ง ออกมาดักจับปลา ในช่วงที่มีน้ำหลากสูงครั้งแรกของปีนี้ ทำให้ปลาตื่นน้ำใหม่ และทำให้ชาวบ้านแต่ละคนจับปลาขาว ปลาสร้อย และอื่นๆอีกจำนวนมาก แต่ละรายได้ถึง 1-2 ถังใหญ่ ส่วนตนได้ปลารวมชนิดต่าง ๆ 

น้ำหลากชาวบ้านแห่หาปลาขายรายได้งาม ส่วนทางการเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ส่วนหนึ่งนำไปประกอบอาหารในครอบครัว ที่เหลือปลาต่อวันที่จับมาได้กว่า 50 กิโลกก.ก็ยังสามารถนำไปส่งขายที่ตลาดได้ กก.ละไม่น้อยกว่า 30 บาท มีรายได้เสริมจากการออกหาจับปลาช่วงนี้กว่า 1,700 บาทต่อวัน ซึ่งนับว่าเป็นอาชีพเสริมในการหาปลาในช่วงน้ำหลากใหม่ได้เป็นอย่างดี

น้ำหลากชาวบ้านแห่หาปลาขายรายได้งาม ส่วนทางการเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง