ชาวบ้านแห่จับ "ปลาหมอคางดำ" ขาย เห็นด้วยหากราคาพุ่ง

ข่าวเวิร์คพอยท์
ชาวบ้านแห่จับ "ปลาหมอคางดำ" ขาย เห็นด้วยหากราคาพุ่ง

ชาวบ้านแห่จับ "ปลาหมอคางดำ" ส่งขายจุดรับซื้อทำปลาป่น เห็นด้วยหากราคาพุ่งถึง กก. 15 บาท ไม่หวั่นคนแอบเลี้ยงขายเพราะไม่คุ้ม

(25ก.ค.67) นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และนายนิรันดร์ พรหมครวญ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง ลงที่บริเวณแพธนูทอง ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 1 ใน 5 จุดรับซื้อ"ปลาหมอคางดำ" พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้ตรวจเยี่ยมการรับซื้อ"ปลาหมอคางดำ" ชาวประมงหนึ่งรายนำ"ปลาหมอคางดำ"ที่จับได้จากการออกเรืออวนรุนเมื่อคืน มาขายให้กับแพปลาในราคากิโลกรัมละ 8 บาท ซึ่งปลาที่จับได้มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ น้ำหนักรวมประมาณ 400 กิโลกรัม ทั้งหมดเป็นปลาหมอคางดำไม่มีปลาชนิดอื่นปะปนเลย โดยแพปลาจะนำปลาหมอคางดำทั้งหมดส่งไปยังโรงงานปลาป่น บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 

ชาวบ้านแห่จับ "ปลาหมอคางดำ" ขาย เห็นด้วยหากราคาพุ่ง

ผู้สื่อข่าวได้ลงไปที่จุดรับซื้อปลาหมอคางดำ ของนายเฉลิมพล เกิดปั้น เกษตรกรในตำบลยกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้รับอนุญาตตามที่กรมประมงกำหนดพื้นที่ให้เป็นจุดรวบรวมรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อกำจัดออกจากแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครตามโครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง ทั้งนี้ก็ได้พบกับเจ้าของพื้นที่ และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งในบ่อ ที่ได้จับมาปลาหมอคางดำมาขายจำนวน 1 กระสอบปุ๋ย น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม

ชาวบ้านแห่จับ "ปลาหมอคางดำ" ขาย เห็นด้วยหากราคาพุ่ง

ด้าน น.ส.น้ำ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ในพื้นที่ตำบลบางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บอกว่า ปลาหมอคางดำที่จับใส่กระสอบมาขายนี้ ตัวไม่ใหญ่มากนักซึ่งก็ได้มาจากบ่อเลี้ยงกุ้งของตนเองที่เช่าที่เขาทำกิน โดยตลอดเวลากว่า 2 ปีมาแล้ว ที่พบว่าปลาหมอคางดำในบ่อมีเยอะมาก ทำให้การเพาะเลี้ยงกุ้งขาดทุนแทบไม่เหลืออะไรเลย เพราะปลาหมอคางดำจะเข้าไปกินลูกกุ้งที่ปล่อยลงบ่อ กระทั่งเมื่อมีการประกาศรับซื้อปลาหมอคางดำนั้น ทางผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ปู หรือ ปลาในบ่อก็เห็นว่าดี และจับมาขายแม้ว่าขายแล้วแทบจะไม่ได้อะไรก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย  

ชาวบ้านแห่จับ "ปลาหมอคางดำ" ขาย เห็นด้วยหากราคาพุ่ง

น.ส.น้ำ กล่าวอีกว่า ซึ่งปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงกุ้งนั้น จะไหลเข้ามาตามคลองแล้วเข้าสู่บ่อเพาะเลี้ยง โดยปลาพวกนี้จะขยายพันธุ์เร็วมาก ขณะที่การกำจัดของพี่น้องเกษตรกรนั้น ต้องบอกว่าคงไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้เพราะมันขยายไปทั่วแล้ว แต่ที่ทำกันได้ทุกวันนี้ก็คือต้องจับมาขายก่อน เพื่อให้เกิดความเบาบางในบ่อ จะได้ปล่อยลูกกุ้งลงไปได้ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่าต้องเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าในบ่อจะมีปลาหมอคางดำหลงเหลืออีกหรือไม่ แต่ก็ต้องเสี่ยงไม่เช่นนั้นก็ทำมาหากินกันต่อไปไม่ได้

น.ส.น้ำ ยังบอกว่าอีกว่า ถ้าเกิดมีการขึ้นราคารับซื้อปลาที่ 15 บาทต่อกิโลกรัมเริ่ม วันที่ 1 สิงหาคม 2567 นั้นตนในฐานะเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งมองว่า ก็น่าจะดีกว่า เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาใส่ใจในการจับเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำกันมากขึ้น แต่คงไม่ถึงกับเป็นการกระตุ้นให้ใครแอบลักลอบเพาะเลี้ยงเพื่อหวังผลในเรื่องของเงินเยียวยา หรือนำไปขายอย่างแน่นอน เพราะปลาหมอคางดำขายไม่ดีและขายไม่ได้ราคาเหมือนอย่างกุ้ง  

"ปลาหมอคางดำไม่มีใครเขาอยากเลี้ยงหรอกมันมาเอง ไม่เหมือนพวกปลาหมอเทศที่ไม่กินกุ้ง หากจะเพาะเลี้ยงเพื่อขายหรือผลประโยชน์อื่น ๆ นั้น มันไม่คุ้ม ดังนั้นจึงไม่มีใครลักลอบเลี้ยงหรอกมีแต่คนอยากกำจัดให้หมดไป" น.ส.น้ำ ระบุ

น.ส.น้ำ บอกด้วยว่า ส่วนสถานการณ์ในละแวกบ้านของตนมีการทำบ่อจำนวนมาก พอเจอพิษปลาหมอคางดำเข้าไป ก็เจ๊งเกือบทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง