หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร

Tum1
หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร

หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร - ส่องอาชีพเสี่ยงตาย

(22 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมร่มโพธิ์ทอง องค์การบริหารส่วนตำบลกุตาไก้ (อบต.กุตาไก้) นายกิตตินันท์ พรมด้วย นายก อบต.กุตาไก้ , นายเกรียงไกร สุขัน รองนายกฯ , นายฉลาด แก้วพิลา ปลัด อบต.กุตาไก้ , นายเอกราช เหมหา กำนัน ต.กุตาไก้ รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านทั้ง 12 หมู่ และ ส.อบต.กุตาไก้ ทั้ง 12 หมู่ ประชุมหารือในการคัดสรรเมนูเด็ด เพื่อส่งเข้าประกวดในเทศกาล "กินต่อหัวเสือโลก" ซึ่งเป็นงานประจำปีของชาว อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยจัดขึ้นที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลาปาก ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 นี้ ถือว่าใน 1 ปีมีแค่ 1 ครั้ง และเป็นเทศกาลกินต่อหัวเสือเพียง 1 เดียวในโลก

ทั้งนี้ในที่ประชุม มีมติส่งเมนู ที่มีตัวต่อหัวเสือเป็นวัตถุดิบหลักรวม 3 เมนู ได้แก่ 1.หลามต่อ 2.หมกต่อ และ 3.อ่อมต่อ โดยหลามต่อเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นำไม้ไผ่มามีส่วนรวม เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมธรรมชาติของเนื้อไม้ ทำให้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ทั้งเป็นการทวงแชมป์คืน จากที่เมื่อปี 2566 เคยได้รางวัลชนะเลิศจากการรังสรรค์เมนูต่อหัวเสือ คือ ยำตัวต่อ คราวที่ยกระดับจากงานประจำปีกินต่อ เป็นเทศกาลกินต่อหัวเสือโลกครั้งที่ 1 ต่อมาในปี 2567 พลาดท่าเสียแชมป์ให้กับ ต.มหาชัย ปีนี้ฟอร์มทีมแต่เนิ่นๆ เพื่อมาทวงตำแหน่งคืน

หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร

จากนั้น ได้เดินทางไปสวนนายคเชนทร์ แสนบุญศิริ หรือ เป้ อายุ 51 ปี บ้านกุตาไก้หมู่ 5 ต.กุตาไก้ เกษตรกรอาชีพทำนา โดยใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของสวน เลี้ยงตัวต่อหัวเสือรอบสระน้ำ จำนวน 13 รัง และจะสาธิตวิธีจับตัวต่อให้สื่อมวลชนได้ชม แต่ให้อยู่ให้ห่างจากบริเวณนั้น พร้อมทำตามที่แนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะบริเวณเลี้ยงตัวต่อถือเป็นพื้นที่อันตราย 

โดยนายเป้ พร้อมเพื่อนอีกคนหนึ่ง ได้สวมชุดสำหรับล้วงรังต่อ ที่มีลักษณะคล้ายชุดมนุษย์อวกาศ ทั้งต้องสั่งทำพิเศษ เน้นขนาดความหนาของพลาสติก เพื่อป้องกันตัวต่อแทงเหล็กใน ด้วยชุดล้วงต่อปกปิดไม่ให้ตัวต่อบินเข้าได้ ผู้สวมใส่จะร้อนหายใจลำบาก จึงต้องมีพัดลมจิ๋วที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่สำรองแบบพกพา คือ Power Bank ช่วยระบายความร้อนภายใน

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ล้วงรังต่อ ประกอบด้วย มีดปอกผลไม้ กะละมัง และ ขวดน้ำพลาสติก เพื่อเก็บตัวต่อไว้ไปปล่อยให้ทำรังใหม่ โดยทีมสื่อมวลชนก็ต้องตั้งกล้องในระยะใกล้รังต่อ เพื่อบันทึกภาพขณะทั้งสองคนช่วยกันล้วงรัง ก่อนจะไปหาที่หลบภัยกัน โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก็ได้รังต่อมานึ่งให้สุกและแกะตัวต่อออกจากรัง พร้อมที่จะนำไปปรุงเป็นเมนูต่างๆตามใจชอบของแต่ละคน

หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร

นายคเชนทร์ เล่าต่อว่าปีที่แล้ว (2567) เลี้ยงตัวต่อไว้ 35 รัง รังหนึ่งมีตัวอ่อนต่อประมาณ 2-3 กิโลกรัม ขายในราคากิโลกรัมละ 800-1,000 บาท สร้างรายได้ 40,000-50,000 บาทเป็นอย่างต่ำ และรังต่อหนึ่งรังสามารถเก็บได้ 2 ครั้ง 

นอกจากนี้รังต่อร้างยังขายได้ในราคาสูง ยิ่งรังเกาะอยู่บนต้นไม้มงคล เช่น ต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูน) ต้นขนุน ต้นสัก ต้นพะยอม ต้นสารภี ต้นปีบ และ ต้นแคนา เป็นต้น ซึ่งต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้ร่มเงาและความสวยงาม แต่ยังมีความหมายมงคลในการเสริมโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปลูกด้วย เพราะรังต่อมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อและโชคลาภมาเกี่ยวข้อง ยิ่งมีรูปร่างเป็นรูปมงคลด้วยแล้ว จะมีราคาไม่น้อยกว่ารังละ 10,000-20,000 บาทเลยทีเดียว

หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในเทศกาล "กินต่อหัวเสือโลก" ซึ่งจะเปิดงานวันแรก ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 มีการประกวด อาหารจากต่อหัวเสือ ธิดาต่อหัวเสือ และรังต่อหัวเสือ ดังนั้น ไม่เพียงแต่ตัวอ่อนต่อหัวเสือที่นำมาปรุงเป็นเมนูเด็ด ยังมีรังต่อหัวเสือที่มีรูปร่างสวยงาม โดยผู้เลี้ยงจะไม่เก็บผลผลิต แต่จะใช้วิธีให้ตัวแม่ออกจากรังจนร้าง ก่อนนำมาสตัฟฟ์ (stuff) ให้เกิดรูปลักษณ์สวยงาม ถือเป็นของขลังที่เชื่อว่าเป็นเครื่องนำโชคลาภ ขายรังละประมาณ 10,000-20,000 บาท เป็นการเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้กับชาวบ้าน 

ก่อนนี้จะจัดเป็นงานกินต่อประจำปี ที่ชาวบ้านทั้ง 8 ตำบลร่วมใจกันจัดขึ้น ติดต่อกันมา 10 กว่าปี และได้มีการพัฒนาจัดเป็นเทศกาลกินตัวหัวเสือโลก เริ่มเมื่อปี 2566 เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน 

หนึ่งเดียวในโลก! เทศกาลกินต่อหัวเสือ ประกวดเมนูแปลกเปิบพิสดาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง