เชื่อใจถึงทำได้ อดีต ผญบ.ตั้งร้านขายผักแบบหยิบจ่ายเอง

เพราะเชื่อใจกันถึงทำได้ อดีตผู้ใหญ่บ้านตั้งร้านริมถนน ไร้คนเฝ้า ให้ลูกค้าหยิบผัก จ่าย-ทอนเงินเองได้เลย
(24 มิ.ย. 67) เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่ริมถนนสายบ้านวังน้ำใส-แม่ระกา ในพื้นที่หมู่ 8 ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ผู้ที่สัญจรผ่านไปผ่านมาจะเห็นร้านขายผักของนายอนันต์ สุขสวัสดิ์ อายุ 64 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านวังน้ำใส ที่แปลกกว่าร้านขายผักร้านอื่นคือร้านนี้ไม่มีคนเฝ้าร้าน แต่วางผักต่างๆ ไว้ พร้อมทั้งตะกร้าใส่เงินและเงินทอน ให้ลูกค้าสามารถเลือกหยิบผักและจ่ายเงินได้เอง
ลูกค้ารายหนึ่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าการขายลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของร้านดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่เจ้าของร้านจะทำสวนอยู่ด้านหลังบ้านตลอดทั้งวัน ชาวบ้านแถวนี้รู้กันดีว่าใครอยากได้อะไรก็มาซื้อเอาไป แล้วใส่เงินไว้ให้ ชาวบ้านที่มาซื้อผักแบบซื้อเองขายเองบอกว่าการทำแบบนี้สะดวกดี ไม่ต้องรอ แค่เอาเงินใส่ก็เสร็จเรียบร้อย ส่วนเรื่องเงินที่ใส่เอาไว้ให้ ก็ไม่รู้ว่าเจ้าของร้านคิดเรื่องนี้อย่างไร แต่คาดว่าคงมีวิธีดูแล
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายอนันต์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าผู้ใหญ่อนันต์ เจ้าตัวบอกเล่าถึงความเป็นมาของการขายลักษณะดังกล่าวว่าปกติจะนำเอาของมาวางเรียงเอาไว้รอลูกค้ามาซื้อ แล้วก็จะหมั่นออกมาดู นำเอาผักมาเติม โดยตนเองได้จัดเตรียมเหรียญเงินทอนเอาไว้ให้เยอะ ลูกค้าจะได้สะดวก

ที่ผ่านมามีหลายคนมาสอบถามว่าไม่กลัวเงินหายอย่างนั้นหรือ ตนไม่กลัวว่าเงินจะหาย ไม่คิดว่าใครจะทำ เพราะตนเองเต็มใจ บริสุทธิ์ใจ ที่จะขายแบบนี้ จึงเชื่อว่า ลูกค้าก็จะบริสุทธิ์ใจกับตนเองเช่นกัน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกค้าส่วนใหญ่ จะขับรถเก๋ง รถกระบะ มีแต่คนดีๆ มาซื้อทั้งนั้น เมื่อเรามีน้ำใจ ลูกค้าก็จะมีน้ำใจเช่นกัน
ผู้ใหญ่อนันต์บอกว่า ตนเองวางขายแบบนี้มาประมาณ 2 ปี แล้วแต่ไม่ได้วางขายตลอด จะวางขายเฉพาะช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดเท่านั้น สมัยก่อนตอนทำข้าวโพดก็นำข้าวโพดหวานมาวางขายถุงละ 20 บาท แบบนี้เช่นเดียวกัน ลูกค้าก็ช่วยกันบอกปากต่อปาก จึงทำให้เราไม่ต้องคอยมาดู ช่วยประหยัดเวลา เพราะตนเองต้องไปทำงานอยู่ในสวน ไม่มีเวลามานั่งขาย
สำหรับปีนี้ถือว่าขายดี โดยตนจะใช้วิธีการโพสแจ้งข่าวทางเฟซบุ๊กเป็นตัวช่วย และเมื่อถึงช่วงฤดูมะม่วงน้ำดอกไม้ ออกผลผลิต ตนเองก็จะนำเอามะม่วงมาวางและเครื่องชั่งกิโล มาวางด้วย แล้วให้ลูกค้าชั่งกิโล จ่ายเงินกันเองด้วย ในราคากิโลกรัมละ 20 - 30 บาท

ตนเองพยายามทำราคาให้ขายได้ราคา 20 บาท ทุกอย่างจะขายง่าย หากตั้งราคา 25-35 บาท ก็จะยุ่งยากต่อการทอนเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกต่อคนซื้อ ส่วนคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่เคยมาซื้อก็จะใช้เวลานานหน่อย บางคนจะบีบแตรเรียก จึงต้องคอยแนะนำ ให้เลือกผักแล้วเอาเงินใส่ตะกร้า ทอนเงินด้วยตัวเอง
ส่วนความเป็นมาของการทำเกษตรผสมผสาน นายอนันต์ บอกว่า เมื่อก่อนนี้ ที่นี่เป็นไร่ข้าวโพด และมะละกอ ประกอบกับตนเองเป็นผู้นำหมู่บ้าน มีโอกาสได้ไปอบรมเกี่ยวกับเรื่องการทำเกษตรบ่อย และมาพบว่าการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เมื่อประสบปัญหาราคาตกต่ำ ผลผลิตทั้งหมดก็จะขายไม่ได้ราคาทั้งหมด
แต่การทำเกษตรผสมผสาน หลายอย่าง สามารถทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปีได้ และสามารถทำผลผลิตให้ออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงนอกฤดู ก็จะขายได้ราคาดีเพิ่มมากขึ้นด้วย อย่างเช่นสะเดา พันธุ์ขาวผ่อง ในตอนนี้มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย

ในสวนเกษตรผสมผสานของ นายอนันต์ มี กล้วยที่สามารถเก็บขายได้ทั้งปี มี สะเดา เก็บขายได้นอกฤดู นอกจากนี้ยังมี เพกา มะนาว มะม่วง ส้มโอ เอาไว้ขายถึงแม้ว่าจะไม่ทำให้รวย แต่ก็สามารถนำไปเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนได้เป็นอย่างดี




