ดับเพิ่มอีก 1 ครอบครัวเดียวรวม 2 ศพ เซ่นเห็ดพิษ

ดับเพิ่มอีก 1 ครอบครัวเดียวเซ่นเห็ดพิษ รวม 2 ศพสามีภรรยา หลังฝืนคำเตือนยายบอกแล้ว ไม่ยอมเอาทิ้ง ส่วนพ่อสามีอาการยังไม่ดีขึ้น
วันที่ 20 กรกฎาคม 2567 ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีครอบครัวหนึ่งกินเห็ดพิษ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและส่วนหนึ่งอาการยังสาหัส จากกรณีนายคำพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ชาวบ้านสระกระจาย หมู่ 4 ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ลูกจ้างโครงการฝนหลวงบุรีรัมย์ เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 19 ก.ค.67 ที่ผ่านมา หลังกินแกงเห็ดพิษที่เก็บมาจากป่า ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.67
ขณะนั้น มีคนกินแกงเห็ด 3 คนคือ นายคำพันธ์ ผู้เสียชีวิตรายแรก , นายบุญ (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี พ่อของนายคำพันธ์ และ 3.นางสำลี (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาว ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ภรรยาของนายคำพันธ์ ทั้งหมดถูกนำส่งไปรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่คืนวันที่ 9 ก.ค.67 ต่อมา ญาติของนางสำลี ขอนำตัวไปรักษาต่อที่ จ.กาฬสินธุ์ บ้านเกิด
ล่าสุด ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันนี้ (20 ก.ค.67) นางสำลี ที่กินแกงเห็ดด้วยกันได้เสียชีวิตลงอีก 1 คน ที่ รพ.กาฬสินธุ์ ยังเหลือนายบุญ พ่อของนายคำพันธ์ ที่ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ อาการยังไม่ดีขึ้น รวมเสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย จากที่กินแกงเห็ดพิษ 3 คน
นายสุนทร วงศ์ทอง ผู้ใหญ่บ้านสระกระจาย กล่าวว่า ตอนนี้ได้ประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านเป็นระยะ เรื่องการเก็บเห็ดไปประกอบอาหาร หากไม่รู้จักเห็ดไม่ควรนำไปปรุงอาหาร หรือให้สอบถามคนที่รู้จักเห็ด ว่าเห็ดชนิดไหนเป็นเห็ดพิษ สำหรับกรณีนี้ ถือว่าไม่ยอมเชื่อฟังคำเตือนของคนแก่ (ยาย) ที่รู้จักเห็ดแล้วห้ามนำไปปรุงเป็นอาหาร แต่ยังฝืนเพียงแค่เสียดายเห็ดที่เก็บมา โดยเฉพาะกินแกงเห็ดที่มีพิษผสมอยู่ถึง 2 เวลา มื้อเที่ยงกับมื้อเย็น ทำให้พิษเห็ดรุนแรงขึ้นไปอีก

ผู้ใหญ่บ้านสระกระจาย ระบุด้วยว่า ความจริงแล้ว เห็ดกินได้จะบ่งบอกชัดเจน ย้ำว่า คนที่ไม่รู้จักเห็ด ควรจะเลือกกินเห็ดที่ผู้คนนิยมบริโภค เช่นเห็ดโคนหรือเห็ดปลวก , เห็นไคหรือเห็ดหล่ม ในภาษาเหนือ , เห็ดระโงกหรือเห็ดไข่ห่าน โดยเห็ดกลุ่มนี้ จะมีเอกลักษณ์ชัดเจน ต่างจากชนิดเห็ดอื่น หากไม่รู้จักไม่ควรจะเลือกซื้อเห็ดรวม ที่แม่เอาเห็ดหลายชนิดมารวมเป็นกระทงขาย




