ต้อนรับอบอุ่นแรงงานไทยกลุ่มแรกถึงมาตุภูมิ “ปานปรีย์” เผยลงทะเบียนขอกลับ 6,000 คนแล้ว

4 รัฐมนตรีนำทีมต้อนรับแรงงานไทยชุดแรก 35 คน เดินทางกลับจากอิสราเอล ท่ามกลางบรรยากาศของความโล่งใจและน้ำตาแห่งความสุขของญาติๆ ที่มารอรับ เผยยอดลงทะเบียนขอกลับบ้านสูงถึง 6,000 คน กต. เตรียมประสานประเทศข้างเคียงนำแรงงานไปประเทศที่สาม ก่อนส่งกลับไทย พร้อมประชุมร่วมนายกฯ เย็นวันนี้ คาดได้ความชัดเจนมากขึ้น
(12 ต.ค. 66) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ, นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้อนรับแรงงานไทยในอิสราเอลที่เดินทางมาถึงประเทศไทย

นายปานปรีย์ กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่ง พร้อมมอบหมายให้ตนเอง และรัฐมนตรีท่านอื่น มาต้อนรับผู้ที่เดินทางกลับมาในวันนี้ รวมทั้งสิ้น 35 คน เรารู้สึกยินดีที่ทั้งหมดได้กลับมายังประเทศไทยอย่างปลอดภัย เวลานี้รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการพยายามให้พี่น้องประชาชนที่ยังคงเหลืออยู่ในอิสราเอล และประชาชนที่ได้ลงทะเบียนแสดงความจำนงค์ต้องการกลับ ให้ได้กลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด แต่เนื่องจากการเดินทางภายในอิสราเอลเวลานี้ลำบากมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยก็ได้ทำงานกันอย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง

นายปานปรีย์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยประสานงานกับหลายประเทศ เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนไทยที่อยู่ในอิสราเอลได้รับความปลอดภัย และได้กลับบ้านเร็วที่สุด ขณะนี้ได้รับแจ้งว่า มีคนลงทะเบียนแล้วประมาณเกือบ 6,000 คน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ แต่ยังมีความยากลำบากอยู่บ้าง เนื่องจากคนไทยก็กระจัดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งล่าสุดได้รับทราบจากแรงงานไทยว่าสถานการณ์ภายในอิสราเอลขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสงบ เพราะในมุมของพี่น้องประชาชน ก็จะได้รับความปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้นด้วย
“รัฐบาลเองก็กำลังเร่งดำเนินการที่จะนำพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะแรงงานไทยกลับสู่ประเทศไทยเร็วที่สุด และเราได้มีการประสานงานกับหลายสายการบินพาณิชย์ ซึ่งทุกสายของประเทศไทยก็ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง คิดว่าถ้าเราติดต่อทางอิสราเอล และประเทศข้างเคียงได้ ก็จะสามารถนำคนไทยกลับมาเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก “ นายปานปรีย์ กล่าว

ส่วนเรื่องการนำศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวกลับมาประเทศไทย เพื่อทำพิธีตามศาสนา นายปานปรีย์ ระบุว่า ทูตไทยประจำประเทศอิสราเอลกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่ ซึ่งรัฐบาลต้องนำศพกลับมาให้ญาติพี่น้องได้ทำพิธี ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงขลุกขลักภายใน เชื่อว่าหากมีเครื่องบินโดยเฉพาะจากกองทัพ จะนำศพผู้เสียชีวิตกลับมาได้เร็วมากขึ้น รวมถึงทางการของอิสราเอลยังปิดถนน และไม่ประสงค์ให้ประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ตนเองจะกำชับทูตอีกครั้ง ขณะนี้ การรวบรวมศพเป็นเรื่องของรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งศักยภาพของสถานทูตเราทำไม่ได้ และเชื่อว่าน่าจะนำกลับมาได้ภายในเร็ววัน
เมื่อถามถึงแนวทางการนำแรงงานไทยไปอยู่ที่ประเทศจอร์แดนก่อนอพยพกลับมาประเทศไทยนายปานปรีย์ ระบุว่า ก็เป็นแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไว้ โดยจะไปอยู่ 1-2 วัน และเมื่อมีความปลอดภัย ก็นำตัวกลับมาที่ประเทศไทย ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมกัน และคาดว่าจะได้ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ส่วนตัวประกันที่ตอนนี้มีรายงานว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นนายปานปรีย์ ระบุว่า จากรายงานล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามีจำนวน 16 คน และเรากำลังประสานกับประเทศข้างเคียง และอิสราเอล ว่าให้คำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด ตนเองเชื่อว่าประเทศเราไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง แรงงานไทยจึงน่าจะปลอดภัยอยู่ โดยตอนนี้ยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนบ้างเพราะกระจัดกระจายกันอยู่หลายจุด
ด้านนายสันติ ระบุว่า ผู้ที่ไปทำงานทำงานที่ประเทศอิสราเอล รัฐบาลเราถือว่าเป็นผู้ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ทางนายกฯ ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้ดูแลทั้งสุขภาพจิต และสุขภาพร่างกาย เราเตรียมโรงพยาบาลในเครือ และสถาบันบำราศนราดูร เราจะดูแลทุกด้านอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนสบายใจ ส่วนคนอื่น ๆ ขอให้ครอบครัวก็เป็นห่วง เราจะพากลับมาอย่างเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จำนวนแรงงานที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิสราเอลในวันนี้ ที่ติดต่อแสดงความประสงค์กลับประเทศไทยกับทางกระทรวงต่างประเทศมีจำนวน 15 คน และอีก 26 คนได้ซื้อตั๋วโดยสารกลับมาเอง รวมแรงงานทั้งหมด 41 คนที่เดินทางมาถึงประเทศไทยในวันนี้
ขณะเดียวกัน หนึ่งในคนไทย ที่ได้กลับมาสู่มาตุภูมิเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ประเทศอิสราเอลว่า ตนดีใจมากที่ได้กลับมาสู่ประเทศไทย เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ ตนเองได้รับบาดเจ็บ โดนยิงที่หัวเข่า ในขณะที่เกิดเหตุสู้รบกัน ซึ่งนายจ้างได้พาตนพร้อมพวกอีก 8 คน ไปหลบที่บ้านของเขา รอจนเที่ยงเหตุการณ์ถึงจะสงบ ซึ่งระหว่างทางที่กำลังจะกลับนั้น กลับมีเสียงปืนอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการรัวยิงกระสุนปืนหลายนัด ทำให้กระสุนทะลุมาโดนหัวเข่า ความคิดแรกนึกว่าหินกระเด็นใส่เท่านั้น

เมื่อเห็นว่ากระสุนยิงโดนตน จึงบอกเพื่อนให้หมอบลง และให้นายจ้างพาหลบหนี ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนคิดว่าไม่น่ารอดแน่ ๆ แต่นายจ้างก็พาไปหลบหนีที่หมู่บ้านญาติของเขาทัน ซึ่งมีแรงงาน 4 คนด้วยกันที่โดนยิงจนบาดเจ็บรวมตน ญาติของนายจ้างจึงได้โทรประสานให้รถกู้ชีพมารับไปส่งรักษาอาการที่โรงพยาบาล
ต่อมา เวลา 13.00 น. หลังคนไทยทั้ง 35 คน ที่เดินทางมาจากประเทศอิสราเอลสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ก็ได้เดินไปขึ้นรถบัส เพื่อเดินทางต่อไปที่สถาบันบำราศนรากุล จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจร่างกาย และประเมินสุขภาพอย่างละเอียด โดยขณะกำลังขึ้นรถบัส ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับแรงงานไทยว่า ดีใจหรือไม่ ที่ได้กลับมาสู่มาตุภูมิอีกครั้ง ทุกคนต่างบอกว่าดีใจ และมี สีหน้ายิ้มแย้ม ดูผ่อนคลาย




