สว.สหรัฐฯมีมติผ่านร่าง กม. กีดกัน 'TikTok'

สหรัฐฯผ่านร่าง กม. บังคับให้บริษัทแม่ติ๊กตอกต้องขายกิจการแอปพลิเคชันให้กับสหรัฐฯ มิฉะนั้นอาจต้องถูกแบน

24 เม.ย.67 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบ 79 ต่อ 18 เสียง รับรองร่างกฎหมายที่กำหนดให้บริษัท ไบต์แดนซ์ เจ้าของแอปพลิเคชัน ติ๊กต๊อก (TikTok) แอปพลิเคชันวิดีโอขนาดสั้นยอดนิยมของจีน ต้องยุติความเป็นเจ้าของแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก (TikTok) ในสหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 9 เดือน ถึง 1 ปี ไม่เช่นนั้นจะระงับการใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าว เนื่องด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ด้วยคะแนน 360 ต่อ 58 เสียง เมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.)ที่ผ่านมา เพื่อส่งให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียหลายรายระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้อาจนำไปสู่การแบนแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก (TikTok) ในสหรัฐฯนั้น ถือเป็นการกีดกันทางดิจิทัล (digital protectionism) ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานติ๊กต๊อก (TikTok)ในสหรัฐฯที่มีอยู่มากกว่า 150 ล้านราย ขณะที่บริษัทไบต์แดนซ์ (Bytedance) ของจีนเตือนว่า กฎหมายดังกล่าวถือเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของชาวอเมริกันและจะส่งผลกระทบกับธุรกิจกว่า 7 ล้านแห่งทั่วสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเมื่อมีคำสั่งจากสภาฯ สหรัฐฯ ออกมาดังกล่าวแล้ว ขั้นตอนต่อไปนั้นทางบริษัท ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการการขอยื่นอุทธรณ์ และอาจถึงขั้นศาลฎีกาเพื่อขัดขวางการบังคับขายกิจการต่อไป

TikTok ถูกแบนในประเทศอื่นหรือไม่?
ในสหรัฐฯ หากร่างกฎหมายกลายเป็นกฎหมาย อาจสร้างแรงกระเพื่อมในลักษณะที่คล้ายกันในอีกหลายประเทศ ในปี 2563 TikTok ถูกแบนแล้วในอินเดีย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังถูกบล็อกในอิหร่าน เนปาล อัฟกานิสถาน และ โซมาเลีย อีกด้วย
รัฐบาลและรัฐสภาสหราชอาณาจักรสั่งห้ามใช้ TikTok จากอุปกรณ์สื่อสารของข้าราชการในปี 2566 เช่นเดียวกับคณะกรรมาธิการยุโรป แม้กระทั่งสำนักข่าว BBC ก็ยังแนะนำให้พนักงานลบ TikTok ออกจากโทรศัพท์ของบริษัท เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย
ที่มา: BBC




