วิกฤตตะวันออกกลางพ่นพิษ! อาเซียนถกเครียดรับมือราคาน้ำมันพุ่ง

ภูมิภาคระอุ! รมว.ต่างประเทศอาเซียนนัดประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด่วน หลังสงครามขยายวงกว้าง
วันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ยกระดับการหารือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นวาระเร่งด่วน หลังการปะทะดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่สองและยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลกและระบบโลจิสติกส์การค้าของภูมิภาคที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เร่งประเมินผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อและการจ้างงาน โดยย้ำว่าทุกประเทศสมาชิกต้องมีการตอบสนองไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้จัดประชุมนัดพิเศษผ่านระบบออนไลน์ในวันเดียวกัน เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันต่อกรณีการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน และการขยายวงของสงครามไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย
หลายประเทศสมาชิกเริ่มใช้มาตรการเข้มเพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยฟิลิปปินส์ประกาศลดวันทำงานภาครัฐเพื่อประหยัดเชื้อเพลิงและจ่อระงับภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ส่วนประเทศไทยได้สั่งระงับการส่งออกพลังงานไปยังประเทศต่างๆ ยกเว้นลาวและเมียนมาเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนอย่างรุนแรง
นอกจากมิติเศรษฐกิจแล้ว อาเซียนยังเฝ้าติดตามความปลอดภัยของแรงงานจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 1 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง โดยความตึงเครียดครั้งนี้ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นการโจมตีด้วยอาวุธที่ครอบคลุมทั้งบาห์เรน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของโลกในทุกมิติ




