ผลสอบชี้นักบิน 'เจจูแอร์' ดับเครื่องผิดข้างต้นเหตุไถลหลุดรันเวย์

ผลสอบสวนพบนักบิน 'เจจูแอร์' ดับเครื่องผิดข้างหลังชนฝูงนกก่อนเกิดอุบัติเหตุสลดสังเวย 179 ชีวิต
จากโศกนาฏกรรมทางอากาศครั้งใหญ่วันที่ 29 ธันวาคม 2567 เมื่อเที่ยวบิน 7C2216 ของสายการบินเจจูแอร์ ซึ่งบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ปลายทางสนามบินมูอัน ประเทศเกาหลีใต้ ประสบอุบัติเหตุขณะลงจอดช่วงเวลาประมาณ 09.00 น.
เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ลำดังกล่าวมีผู้โดยสาร 175 คน และลูกเรือ 6 คน รวม 181 คน กางล้อไม่สำเร็จ และไถลลงบนรันเวย์ด้วยท้องเครื่อง ก่อนพุ่งชนกำแพงคอนกรีตบริเวณท้ายรันเวย์ เกิดระเบิดและไฟลุกท่วม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 179 ราย เหลือรอดเพียง 2 คน

ล่าสุดวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดคณะสอบสวนของเกาหลีใต้ว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน ข้อมูลคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์จากซากเครื่อง ชี้ว่า นักบินอาจสั่งดับเครื่องยนต์ผิดข้าง หลังชนกับฝูงนกไม่นานก่อนลงจอด
แหล่งข่าวเผยว่า เครื่องยนต์ขวา ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงจากนก ยังทำงานอยู่ ขณะที่นักบินกลับสั่งดับเครื่องยนต์ซ้าย ซึ่งได้รับความเสียหายน้อยกว่า ทำให้เครื่องขาดแรงขับขณะร่อนลง และไถลออกนอกรันเวย์ ก่อนชนคันดินแล้วเกิดเพลิงไหม้

ด้านแหล่งข่าวจากรัฐบาลเกาหลียังยืนยันว่า การตรวจสอบเครื่องยนต์ทั้งสองข้างไม่พบความบกพร่องใด ๆ ก่อนเกิดเหตุ มีเพียงการชนกับฝูงนกที่เกิดขึ้นช่วงวินาทีสุดท้าย
ขณะที่คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศและรถไฟของเกาหลีใต้ (ARAIB) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสอบสวน ยังไม่แสดงความเห็นต่อข้อมูลที่เผยแพร่ ขณะที่บริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบิน และ CFM International ผู้ผลิตเครื่องยนต์ ยังไม่ออกแถลงการณ์เช่นกัน
ทางด้านบริษัทเจจูแอร์ระบุว่าบ ริษัทยังคงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับ ARAIB และรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ ARAIB เคยเผยแพร่รายงานเบื้องต้นเมื่อเดือนมกราคม 2568 ระบุว่า พบซากนกในเครื่องยนต์ทั้งสองข้าง แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าข้างใดเสียหายมากกว่า

รายงานระบุว่าทีมสอบสวนเคยวางแผนแถลงข่าวต่อสื่อในวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ต้องยกเลิก หลังครอบครัวผู้เสียชีวิตแสดงความไม่เห็นด้วย โดยกังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลขณะนี้อาจโยนความผิดให้นักบิน ทั้งที่ผลสอบสวนยังไม่สมบูรณ์
ด้านสหภาพนักบินของเจจูแอร์ออกแถลงการณ์คัดค้านการให้ข่าวของ ARAIB โดยระบุว่า เป็นการ “บิดเบือน” และอาจทำให้นักบินกลายเป็นแพะรับบาปโดยไม่เป็นธรรม พร้อมชี้ว่า อุบัติเหตุการบินมักเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ควรชี้ชัดว่าเป็นความผิดของบุคคลใดจนกว่าจะมีข้อมูลครบ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ตรวจสอบโครงสร้างคันดินบริเวณปลายรันเวย์ ซึ่งอาจมีส่วนทำให้ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เพราะเป็นจุดที่เครื่องชนเข้าด้วยความแรงจนเกิดการระเบิด
ทั้งนี้ตามหลักสากลรายงานฉบับสมบูรณ์ของการสอบสวนอุบัติเหตุการบินจะต้องเผยแพร่ภายใน 1 ปีหลังเกิดเหตุ ซึ่งหมายความว่า รายละเอียดทั้งหมดของเหตุโศกนาฏกรรมนี้อาจจะถูกเปิดเผยภายในเดือนธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้




