'ปานปรีย์' ตอบข้อสงสัยทำไมเที่ยวบินไทยต้องบินอ้อมหลายประเทศ เพื่อไปรับแรงงานไทย

ทำไมเที่ยวบินของไทยต้องบินอ้อมหลายประเทศ มากกว่าการบินประเทศอื่นที่ไปรับพลเมืองกลับจากอิสราเอลเหมือนกัน
(17 ตค.66)นายปานปรีย์ มหิธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ และควาบคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล เมื่อช่วงเช้ามีแรงงานไทยเดินทางกลับมาจำนวนหนึ่ง และในช่วงเย็นจะเดินทางมีมาเพิ่ม ในวันนี้ 19.30 น. จะกลับมาอีก 244 คน จากเดิมที่ลงทะเบียนแจ้งกลับ 250 คน แต่ไม่ปรากฏตัวอีก 6 คน
ส่วนคนที่เดินทางกลับในจำนวนนี้คาดว่าจะมีนักศึกษา 33 คน ส่วนที่อยู่ไม่แสดงความจำนงที่จะกลับ ในเรื่องนี้เข้าใจว่าผู้ปกครองของนักศึกษาก็มีความเป็นห่วง ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอลกำลังดำเนินการ ที่จะให้นักศึกษาเดินทางกลับมาก่อนเพื่อความปลอดภัย
ขณะนี้ใครที่แสดงความจำนงกลับมาก่อนสถานทูตก็จะพร้อมนำส่งกลับไปทันที มีที่ยวบินทั้งหมด 32 เที่ยว นำคนไทยกลับมาได้ ไม่ต่ำกว่า 5,600 คน ส่วนที่เหลือกำลังประสาน
ส่วนคนไทย 6 คน ที่แสดงความจำนง แต่หาตัวไม่พบเกิดจากสาเหตุใด นายปานปรีย์ แจ้งว่า มีการลงชื่อไว้แล้วแต่ไม่ปรากฎตัว ตอนนี้กำลังติดตามตัวอยู่ ซึ่งเครื่องบินไม่สามารถรอได้ แต่ไม่เป็นไรหากจะกลับมาก็ยังมีเที่ยวบินอื่น คาดว่าทั้ง 6 คนว่าไม่น่าจะมีปัญหา น่าจะปลอดภัย
ส่วนเรื่องการขยายเที่ยวบินเพิ่มอีกเพราะมีผู้ประสงค์ที่จะขอกลับมาเกือบ 7,500 คนแล้ว นายปานปรีย์ ระบุ ตามแผนสามารถที่จะนำคนไทยกลับมาได้เกือบ 6,000 คนแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 1,000 คนนั้น ขณะนี้กำลังประสานงานกับสายการบิน ที่อยู่ในพื้นที่อิสราเอล และตะวันออกกลาง โดยจะนำกลับมาเพิ่มขึ้นโดยเร็วที่สุด
ข้อสงสัยเรื่องเที่ยวบินของไทยต้องบินอ้อมหลายประเทศ มากกว่าการบินประเทศอื่นที่ไปรับพลเมืองกลับเหมือนกัน นายปานปรีย์ ชี้แจงว่า การบินผ่านน่านฟ้าเงื่อนไขของแต่ละสายการบินมีความแตกต่างกัน เช่น สายการบินของกองทัพอากาศ ก็จะต้องบินอ้อมไปบ้าง แต่หากเป็นสายการบินพาณิชย์ที่อยู่ในพื้นที่สามารถบินตรงได้เลย
ส่วนเครื่องบินที่บินจากประเทศไทยไปถ้าเราไม่เคยบินผ่านน่านฟ้ามาก่อน ต้องไปทำข้อตกลงกันใหม่ ซึ่งเรื่องนี้อยากให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลทำให้คนไทยกลับสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด ถึงแม้จะใช้เวลาเพิ่มไปอีก 1-2 ชั่วโมงก็ตาม
เมื่อถามถึงเรื่องตัวประกันที่เป็นคนไทยซึ่งถูกจับอยู่ในอิสราเอลนั้นมีสัญญาณบวกหรือไม่ นายปานปรีย์ ตอบว่า มีสัญญาณบวก แต่ยังไม่เอ่ยถึงความชัดเจนและประสานงานทุกฝ่าย อาจจะไม่ได้บอกถึงรายละเอียดว่าประสานประเทศไหนบ้าง ยืนยันเราประสานทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายอิสราเอล ต้องมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยด้วย ส่วนประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ที่มีความสนิทสนมและคุ้นเคยกับทางปาเลสไตน์ และกลุ่มฮามาส ได้ประสานด้วยเช่นกัน ล่าสุดได้มีการข่าวมาว่ามีแนวโน้มปล่อยตัวประกันมีสูงมาก
ส่วนการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต นายปานปรีย์ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนต้องใช้เวลา ในภาวะสงครามแบบนี้ จำนวนคนที่จะพิสูจน์อัตลักษณ์ก็จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร อย่างไรก็ตามพยายามเร่งให้ทางการอิสราเอล ขอให้เร่งทำในส่วนของประเทศไทยก่อน เพราะเราเพราะเราได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น ซึ่งทางการอิสราเอลรับปากแล้วว่าจะเร่งให้
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด นายปานปรีย์ได้เปิดเผยตัวเลขคนไทยในอิสราเอล คือเสียชีวิต 29 ราย บาดเจ็บ 16 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 17 คน ยืนยันว่า กระทรวง ไม่ได้นิ่งนอนใจทำงานแทบจะ 24 ชั่วโมง ซึ่งน่าเห็นใจที่สุดคือคนที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ที่ส่งไปเพิ่ม ภายใต้ความกดดันที่มีมาก และอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ดังนั้นจึงขอส่งกำลังใจไปให้เจ้าหน้าที่บ้าง เราจะทำให้ดีที่สุด และนำคนไทยกลับมาสู่ที่ปลอดภัยโดยเร็ว
เมื่อถามอีกว่า มีแรงงานที่อยากเดินทางกลับประเทศไทยแต่ติดปัญหาเรื่องนายจ้างยึดพาสปอร์ตไว้ จึงไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ ปานปรีย์ ระบุว่า นายกฯสั่งการไปแล้วว่าขั้นตอนเรื่องเอกสารให้ผ่านไปเลย ซึ่งในเวลานี้กระทรวงการต่างประเทศได้ตั้งระบบให้สามารถออกพาสปอร์ตให้คนไทยได้เลยทันทีโดยไม่ต้องสนใจว่า คนนั้นรายนั้นเขาจะเคยมีบัตรประชาชนพาสปอร์ตของตัวเองหรือไม่ เพื่อให้สามารถกลับประเทศไทยได้โดยเร็ว
ขณะที่มีบางส่วนซึ่งเป็นแรงงานไทยก็ประสงค์ที่จะอยู่ต่อและทำงานภายใต้ภาวะสงคราม ทำงานไปด้วยหลบระเบิดไปด้วย ตามที่มีการเผยแพร่คลิปในโซเชียลมีเดีย ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะประสานช่วยเหลือพูดคุยกับนายจ้างแรงงานไทย กลุ่มนี้อย่างไร ปานปรีย์ ตอบว่า ในเรื่องนี้สถานทูตไทยในอิสราเอลมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว มีการติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิด หากนายจ้างไม่ยอมให้ออกมา ตนก็คิดว่าเป็นเรื่องบังคับไม่ได้ เป็นเรื่องของชีวิต เรื่องอื่นเป็นเรื่องทีหลัง แต่ถ้าแรงงานประสงค์จะกลับเราก็พร้อมดำเนินการทันที
นายปานปรีย์ กล่าวว่า เราก็ต้องการให้ยุติสงครามตั้งแต่ตอนนี้เลย ได้คุยกับผู้ใหญ่ในประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งก็กำลังประสานงานและขับเคลื่อนต่างๆ โดยข้อแรกขอให้มีการหยุดยิงก่อนและให้มีการเจรจา เพราะเขาก็เป็นห่วง ถึงแม้จะเป็นภูมิภาคเดียวกับอิสราเอล และปาเลสไตน์ แต่ทุกประเทศภูมิภาค ต่างเร่งรัดและพยายามให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในอิสราเอล และในฉนวนกาซ่าโดยเร็วที่สุด
สำหรับเรื่องสถานเอกอัครราชทูตไทยในฝรั่งเศส ได้มีการประกาศแจ้งเตือน ให้คนไทยที่อยู่ในฝรั่งเศสและนักท่องเที่ยวระมัดระวังตัวเพราะมีข้อมูลว่า จะเกิดความไม่ปลอดภัยจากผลกระทบจากการสู้รบในอิสราเอล รมว.ต่างประเทศ ระบุ กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งไปยังทุกสถานทูต ขอให้คนไทยในทุกประเทศระมัดระวังตัว แม้จะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็ตาม ซึ่งต่อให้ไม่มีสถานการณ์นี้คนไทยเองต้องระมัดระวังตัวกัน อาจจะมีคนที่ไม่ประสงค์ดีเข้ามาทำร้าย โดยคาดว่าเป็นประเทศในแถบยุโรป
มั่นใจว่าไม่มีผลกระทบต่อคนไทยที่จะไปท่องเที่ยวในแถบยุโรปในช่วงไฮซีซั่น เป็นเพียงแค่การระมัดระวังตัวเพราะเราไม่มีความขัดแย้งกับประเทศ ไม่มีเหตุผลที่จะมาทำร้ายคนไทย




