แรงงานไทยขอจัดรถรับส่ง ยังมีแรงงานตกค้างในพื้นที่เสี่ยง

แรงงานไทยเดินทางอิสาเอลมาสนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ 448 คน โดยมีแรงงานบางคนสะท้อนว่ายังมีแรงงานไทยตกค้างในพื้นที่เสี่ยง 3,000คน ขอให้สถานทูตหารถรับส่งในพื้นที่โดยด่วน
วันนี้กลุ่มแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยเป็นชุดที่ 9 จำนวน 448 คน แบ่งเป็น ไฟล์ท LY083 จำนวน 125 คน
ไฟล์ท LY081 จำนวน 187 คน
ไฟล์ท RTAF220 จำนวน 136 คน
โดยเดินทางด้วยสายการบินจากกรุงเทวอาวีฟ ประเทศอิสราเอล และสายการบินพาณิชย์ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งในจำนวนนี้มีแรงงานไทยบางส่วนที่ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเอง โดยมีญาติมารอรับ บางส่วนเดินทางกลับต่างจังหวัดทันที
เช่นครอบครัวแรงงานรายนี้ นายวัชรพงษ์ ติยะบุตร เมื่อเดินเท้ามาถึงเห็นคุณแม่ตนเองได้ก้มกราบเท้าแม้คาสนามบินทีนที นายวัชรพงษ์ ติยะบุตร แรงงานไทยในอิสราเอล ไปรับจ้างเลี้ยงวัวเพียงคนเดียวในฟาร์มทางตอนใต้อิสราเอล เมือง คีนูฮีม ห่างจากฉนวนกาซ่า 26 ก.ม. ระยะเวลาสัญญาจ้าง 5ปี 3เดือน ทำงานได้ 4 ปี 1เดือนโดยจุดที่ตนเองทำงาน อยู่ห่างจากฉนวนกกาซา ส่วนตนเองได้เห็นกลุ่มฮามาสไกล ได้โทรศัพท์หานายจ้าง ซึ่งนายจ้างแนะนำให้หลบอยู่ภายในห้องพัก ต่อมา เหตุการณ์รุนแรง นายจ้างได้ให้อยู่กับน้องสาวนายจ้าง ส่วนขั้นตอนการเดินทางกลับ นายจ้างเป็นผู้มาส่ง และนายจ้างจ่ายค่าแรงให้ทั้งหมด จากนั้นได้ลงทะเบียนกับสถานทูต และนอนที่โรงแรม 1 คืน จึงได้กลับมาประเทศไทย
ส่วนหลังจากนี้ตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปทำงานแล้ว เพราะว่ากลัวอันตราย จากกลุ่มฮามาสที่เข้ามายิง ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมา เจอระเบิดบ้าง แต่ไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้
ทั้งนี้ นายวัชรพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ภาครัฐช่วยเหลือนั้นดีอยู่ แต่สิ่งที่อยากให้มีคือการเดินทางออกจากแคมป์คนงานมาศูนบ์ลี้ภัย เพราะคนงานบางคนนายจ้างไม่จัดหารถให้ ทำให้แรงงานไทยไม่มีรถจะเดินทางมาที่ศูนย์พักพิง หรือสนามบิน
ส่วนเหตุผลที่ก้มกราบเท้าแม่ทันที นายวัชรพงษ์บอกว่าเพราะคิดถึง ถ้าไม่ได้มาวันนี้ก็ไม่รู้มาได้วันไหน ส่วนหลังจากนี้ไม่กลับไปทำงานอิสราเอลอีก เพราะหนี้สินหมดแล้ว ตั้งใจหางานทำในประเทศไทย อยู่กับแม่ ภรรยาและลูกชาย
ส่วนแม่ของนายวัชพงษ์ บอกว่ารู้สึกดีใจที่เห็นลูกชาย และจะไม่ให้เขากลับไปอีก ว้นนี้จะเดินทางกลับ จ.นครพนม
ขณะเดียวกันมีแรงงานไทยที่เดินทางกลับมา สะท้อนปัญหาความยากลำบากในการเดินทางเช่น นายปรเมศร์ วงศรีจันทร์ แรงงานไทย อายุ 27ปี ไปรับจ้างฟาร์มกล้วยในพื้นที่แนวชายแดนฉนวนกาซา สะท้อนว่า การเดินทางออกจากแคมป์คนงาน แรงงานจะต้องหารถเองเพื่อเดินทางมาที่ศูนย์อพยพ ซึ่งลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะนายจ้างบางคนไม่จัดหารถให้ และบางส่วนไม่อยากให้แรงงานไทยกลับมีการยื้อให้ทำงานต่อ ขณะที่เหตุการณ์รุนแรง โดยเฉพาะจุดพื้นที่เสี่ยง ไม่มีรถเข้าไปรับ สำหรับตนเอง ได้ติดต่อสถานทูตไปตั้งแต่วันเสาร์ช่วงเกิดเหตุ เพราะตนอยู่ในพื้นที่ใกล้ฉนวนกาซา และมีข้อมูลจากทหารอิสราเอล ระบุว่า กลุ่มฮามาสได้เดินเท้าบุกเข้าแคมป์คนไทยใกล้เคียงแล้วยิงจนเสียชีวิต
หลังจากติดต่อสถานทูต 5 วัน นายจ้างได้หารถมาส่งในสถานที่ปลอดภัยที่นายจ้างจัดไว้ให้ 2 วัน จากนั่นนายจ้างได้จ้างรถมาส่งศูนย์พักพิงสถานทูต 4 คืนก่อนบินกลับมา
สิ่งที่ตนอยากสะท้อนคือ การเดินทางที่อิสราเอลจากที่ทำงานไปที่สถานที่สถานทูตจัดไว้ให้ ติดต่อรถได้ยาก ส่วนตนเองได้จ่ายค่ารถแท็กซี่จากโรงแรมที่นายจ้างมาส่งไปศูนย์พักพิง ต้องจ่ายค่ารถแท็กซี่ 6000บาท จึงอยากเสนอให้สถานทูตจัดหาเที่ยวรถบัสรับแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง อย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน เพราะตอนนี้มีแรงงานที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือชายแดนฉนวนกาซา ประมาณ 3,000 คน
ส่วนการกลับมาไทยในครั้งนี้ นายปรเมศร์ ระบุว่า ขณะนี้ยังชั่งใจระหว่างจะกลับไปทำหรือไม่กลับ ขอเวลาในการดูเหตุการณ์อีกครั้ง แต่เหตุผลที่เดินทางกลับมาก่อน เพราะการบุกเข้ามาของฮามาสที่เข้ามาทำร้ายและฆ่า ซึ่งสร้างความหวั่นใจ อต่โชคดีในส่วนแคมป์ที่ตนอยู่มีทหารอิสราเอลเก่า 20 คน คอยป้องกันไม่ให้ฮามาสบุกเข้ามา ขณะที่ตนรับทราบว่าเพื่อนๆคนไทยที่รู้จักอยู่แคมป์คนงานข้างเคียงถูกยิงเสียชีวิตทั้งหมดภายในหลายแคมป์ ยอมรับตอนนั้นรู้สึกหดหู่
ส่วนตนเองโชคดีวันที่เกิดเหตุเป็นวันเสาร์ตรงกับวันหยุด ถ้าหากวันนั้นไปทำงานที่ฟาร์มแล้วฟาร์มอยู่ติดชายแดนฉนวนกาซ่า อาจจะไม่ปลอดภัย กรณีที่มีแรงงานเล่าว่ากลุ่มฮามาสพูดไทยได้ นายปรเมศร์ระบุว่า กลุ่มอาหรับบางคนก็พูดภาษาไทยได้ ส่วนการก่อเหตุ ไม่ใช่เลือกคนไทยโดยตรง เป็นการก่อเหตุทั่วไป
ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจกลับไทย เพราะช่วงหนึ่งที่นั่งคุยกับเพื่อน เห็นรถทหารตักศพออกจากจุดปะทะกัน ซึ่งตนสะเทือนใจ และต้องการกลับไทยก่อน ส่วนในใจตอนนี้ประมาณ 60% อยากกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีก แม้ไม่มีหนี้สินแล้ว แต่ด้วยรายได้ เฉลี่ย50,000-80,000บาทต่อเดือน ส่งกลับมาบ้านเดือนละ 30,000บาท มีเก็บใช้เองบ้าง ถ้าหาทำในประเทศไทยอาจจะต้องใช้เวลา นาน 5ปีขึ้นไป
นายสันติ นันตสุวรรณ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้แรงงานไทยเดินทางกลับมา 1142 คน มี แรงงาน 195คนที่ได้แจ้งความประสงค์กลับไปทำงานที่อิสราเอลเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
ขณะนี้ทางกรมจัดหางาน อยู่ระหว่างสำรวจความต้องการของแรงงานตามภูมิลำเนา ว่ามีความประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศ หรือประเทศไทย ทางกรมฯ ได้จัดหาตำแหน่งงานในต่างประเทศ รองรับแรงงานไทย 6,000 อัตราเช่น สาธารณะรัฐเกาหลี โปรตุเกส ใต้หวัน ส่วนตำแหน่งงานในปีะเทศไทย มีรองรับทุกระดับวุฒิการศึกษา 60,000 อัตรา ดังนั้นหากแรงงานคนใดมีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศหรือหางานในประเทศ ดังข้างต้นให้แจ้งแรงงานจังหวัดได้เลย





