ทหารเมียนมาเข้ามอบตัวต่อกองกำลังกะเหรี่ยงแดงอีก 15 นาย

ทหารเมียนมาในเมืองลอยก่อว์ 15 นาย เข้ามอบตัวต่อ กกล.ป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง ทัพกะเหรี่ยงเผยเตรียมเปิดยุทธการยึดเมืองลอยก่อว์ ระบุการสู้รบจะดุเดือดหวังกวาดล้างทหารเมียนมาที่เหลือทั้งหมด
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงของกองกำลังกะเหรี่ยงคะยา (KA) เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบในเมืองลอยก่อว์ เมืองหลวงของรัฐคะยา ว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (25 พ.ย.66) ทหารเมียนมา จากกองพันทหารราบที่ 54 จำนวน 15 นาย ได้เข้ามอบตัวต่อ กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (KNDF) ในระหว่างการสู้รบในเมืองลอยก่อว์
กองกำลังผสม ซึ่งประกอบด้วย KA , KNDF, กำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) และ แนวร่วมปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยงแดง (KNPLF) ได้เตรียมเปิดแผนยุทธการ ในการเข้ายึดฐานทหารเมียนมา ที่อยู่ในตัวเมืองลอยก่อว์ในเร็วๆ ซึ่งจะเป็นปฏิบัติการที่ดุเดือด เพื่อกวาดล้างทหารเมียนมาที่เหลือในเมืองลอยก่อว์ให้ได้ทั้งหมด
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 หลัง "วันปฏิวัติ 1111" ทหารเมียนมา จากกองพันทหารราบที่ 6 จำนวน 32 นาย รวมทั้ง ผู้บังคับกองพัน ได้ยอมมอบตัวต่อกองทัพคาเรนนี ซี่งในระหว่างการเปิดแผนปฏิบัติการ 11.11 กองทัพกะเรนนีเข้ายึดค่ายทหารได้กว่า 20 แห่ง ทหารเมียนมา เสียชีวิตไปกว่า 200 นาย และอาวุธต่างๆ ประมาณ 300 ชิ้นถูกยึดโดยกองทัพคาเรนนี (Karenni Army)

ล่าสุดมีรายงานว่า ทางกลุ่มกองกำลัง KNPLF ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ กองกำลัง KA ได้ผลิตอาวุธปืนเล็กยาว ใช้กระสุนขนาด 5.56 มม. (เอ็ม 16) และพร้อมนำออกใช้ในสนามรบ ซึ่งส่วนหนึ่งได้ถูกส่งไปยังแนวหน้าในเมือง ผาซอง , ดีมอโซว์ และ ฟลูโซว์ อาวุธปืนเล็กยาวที่ผลิตได้ มีชื่อว่า TZ23 เป็นระบบบรรจุกระสุนทีละนัด ผลิตด้วยมือ และได้ถูกใช้ในสนามรบแล้ว ซึ่งฝ่ายผลิตระบุว่า บรรจุกระสุนเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบ
สำหรับการโจมตียึดฐานทหารเมียนมา ฐานสะกอท่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ผบ.ร้อย KNDF เสียชีวิตในสนามรบ และ กองกำลัง KA , KNDF , KNLA เสียชีวิต 12 นาย บาดเจ็บ 20 กว่านาย โดยได้มีการใช้กำลังทหารจำนวน 200 นาย แยกเป็น 3 ทีม เข้าโจมตี เพื่อยึดฐานที่มั่นทหารเมียนมา กองพันทหารราบที่ 75 ซึ่งมี 3 ฐานที่มั่น มีทหารเมียนมา เสียชีวิตจำนวน 55 นายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก





