ทั่วโลกแห่ชม “ซูเปอร์บลูมูน” 2 ปรากฎการณ์พิเศษ ที่อีก 14 ปี จึงจะเวียนมาอีกครั้ง

ทั่วโลกแห่ชม “ซูเปอร์บลูมูน” 2 ปรากฎการณ์พิเศษที่มาบรรจบใน 1 คืน อีก 14 ปี จึงจะเวียนมาอีกครั้ง
(31 ส.ค. 66) ค่ำคืนของวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในคืนพิเศษของหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเรื่องปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ เมื่อ 2 ปรากฎการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุดในรอบปี และเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนที่วันพระจันทร์เต็มดวง 2 ครั้งภายในเดือนเดียวอีกด้วย

ปรากฏการณ์นี้เป็นที่สนใจทั้งในต่างประเทศและในไทย โดยมีการจัดกิจกรรมของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ที่หอดูดาว 4 แห่งทั่วประเทศ คือ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.สงขลา. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.ฉะเชิงเทรา, และ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.นครราชสีมา เพื่อให้ความรู้และร่วมกันสังเกตการณ์ แต่ก็น่าเสียดายที่เมื่อคืนที่ผ่านมา บางพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตก ฟ้าปิด ทำให้หลายคนต้องพลาดโอกาสที่จะเฝ้าดูจันทร์เต็มดวงดังกล่าว

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า เมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) ดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย หากเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงช่วงเวลาปกติ โดยมีขนาดใหญ่กว่าเดิมประมาณ 7% และสว่างเพิ่มขึ้นประมาณ 15%
สำหรับชื่อของปรากฏการณ์นี้ที่เรียกว่า Super Blue Moon หรือ ซูเปอร์บลูมูน มาจาก ชื่อ 2 ปรากฏการณ์คือ ซูเปอร์มูน ที่หมายถึงวันจันทร์เต็มดวงที่พระจันทร์เข้าใกล้โลกมาก จนเห็นเป็นดวงกลมโตบนฟากฟ้า และคำว่า บลูมูน ที่ไม่ได้หมายถึงพระจันทร์สีฟ้า แต่หมายถึง เดือนที่มีจันทร์เต็มดวง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก จนฝรั่งก็เอาคำนี้ไปใช้เป็นสำนวนว่า Once In a Blue Moon ที่หมายถึงอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นได้ยาก นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง

สำหรับใครที่พลาดปรากฎการณ์สุดพิเศษเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ต้องรออีก 14 ปี “ซูเปอร์บลูมูน” จึงจะเวียนกลับมาให้เราได้เฝ้ามองอีกครั้งในปี พ.ศ. 2580




