แรงงานไทย 57 ราย ถึงไทยโดยสวัสดิภาพ - เล่านาทีถูก 'กลุ่มฮามาส' ลวงออกไปฆ่า

แรงงานไทยเผยนาทีถูก 'ฮามาส' ใช้จิตวิทยาหลอกล่อออกมาให้ฆ่า
แรงงานไทยจากอิสราเอลชุดที่สองจำนวน 57 คนเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว บางรายควักเงินซื้อตั๋ว กว่า 50,000 บาท เพื่อกลับไทยให้เร็วที่สุด ด้านรัฐบาลยืนยันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด



(13 ต.ค.) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เที่ยวบินรับแรงงานไทยชุดที่ 2 จำนวน 57 คนจากอิสราเอล เดินทางถึงประเทศไทยแล้วในเวลาประมาณ 17.00 น. โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการทั้ง กระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล กรมการจัดหางาน สำนักงานประกันสังคมมา คอยอำนวยความสะดวก
แรงงานบางส่วนตัดสินใจออกเงินส่วนตัวซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับเอง
นายบุญชัย แซ่ย่าน หนึ่งในแรงงานที่ซื้อตั๋ว เครื่องบินกลับประเทศไทยครั้งนี้เอง กล่าวว่า ตนเองอยู่ในพื้นที่ปะทะรุนแรง โดยกลุ่มทหารมายิงทีละห้อง ๆ ถ้าเปิดประตูไม่ได้ก็ขว้างระเบิดใส่ ยิงหมดไม่สนว่าเป็นใครไม่ว่าชาติอะไร บางคนถูกลากออกไปยิงเป็นหมูเหมือนหมา โดยมีเพื่อนหลายคนที่เสียชีวิต ซึ่งตนเสียใจมาก อยากให้เพื่อนกลับมาด้วยกัน ถ้าเพื่อนของตนยังมีชีวิตอยู่ วันนี้ก็คงกลับมาด้วยกัน
ซึ่งตนต้องตัดสินใจซื้อตั๋วเดินทางกลับด้วยตนเอง ค่าใช้จ่ายทั้งค่าล่ามและค่าเดินทาง รวมประมาณ 50,000 บาท เพราะหากรอตามคิวก็จะต้องรอนาน ตนต้องการเดินทางกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด ตนรอไม่ได้จริง ๆ และคิดว่าหลังจากนี้คงจะไม่กลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลอีกแล้ว เพราะเข็ดพอแล้ว
ตอนนี้อยู่ไทยก็อุ่นใจขึ้นมาแล้ว แต่ก็บางส่วนที่ยังอยู่ก็เพราะมีภาระทางการเงินที่ยังรอดูสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแรงงานที่ออกค่าใช้จ่ายซื้อตั๋วเดินทางกลับประเทศไทยเองนั้น ทางรัฐบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศและอยู่ในภาวะสงคราม จากนี้ตนก็จะกลับใช้ชีวิตที่เชียงราย ให้ใจมันสงบก่อน
ด้านนายสุริยัน หนึ่งในแรงงานที่เดินทางกลับวันนี้ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนยืนคุยกับเพื่อนคนไทยอยู่หน้าห้องพัก ทันใดนั้นกลุ่มฮามาสได้ยิงปืนเข้ามา ตนได้เข้าไปแอบในห้องกับเพื่อน หลบใต้เตียงบ้าง ตามซอกต่างๆ บ้าง ซ่อนอยู่ประมาณ 20 นาที
โดยช่วงนี้กลุ่มฮามาสได้มีการใช้สงครามจิตวิทยากับตนโดยกลุ่มฮามาสได้พูดเป็นภาษาไทยกับพวกตนว่า 'สวัสดีครับ คนไทย' เพื่อล่อให้ตนกับเพื่อนออกไป!
แต่ตนก็ไม่ได้ตัดสินใจออกไป จากนั้นกลุ่มฮามาสได้เผารอบบ้านของตน ตนก็ยังอดทนอยู่ในบ้านไม่ยอมออก จนสุดท้ายไม่ไหวจริง ๆ เพราะหายใจไม่ออก จึงตัดสินใจกระโจนออกไป
แต่โชคดีที่กลุ่มฮามาสออกไปแล้ว ซึ่งวินาทีนั้นตนคิดว่า 'ตายเป็นตาย' ต่อมาจึงวิ่งเข้าไปหลบในป่าอยู่หนึ่งคืนเต็ม ๆ ก่อนที่จะโทรหาหน่วยงานให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งแคมป์ที่ตนอยู่มีคนงานถูกจับไป 3 คน ป่านนี้ไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไร รวมทั้งแคมป์ตนยังเป็นพื้นที่แรกที่ถูกโจมตี เพราะอยู่ใกล้กับฉนวนกาซา
จากนี้ตนขอไม่กลับไปอีกแล้ว เพราะเหตุการณ์ยังฝังใจอยู่ถึงตอนนี้ ภาพยังติดตา จนวินาทีที่เครื่องออกจากอิสราเอล ตนรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่จริง ๆ
ด้านนายวีรพล หลับจันทร์ หนึ่งในแรงงานที่เดินทางกลับวันนี้ เล่าว่า หลังเกิดเหตุตนหลบอยู่ในป่าส้ม จนมีเสียงจากคนไทยตะโกนว่า 'มีคนไทยในป่าส้มมั้ย' ตนจึงรู้ว่ามีคนมาช่วยตนแล้ว วินาทีนั้นตนคิดถึงแต่หน้าของแม่ เพราะแม่ตนเสียได้ 3 เดือน หลังตนเดินทางมาทำงานที่นี่
ตนขอฝากถึงคนไทยที่ตัดสินใจอยู่ต่อที่อิสราเอลให้ดูแลตัวเองดี ๆ แต่ถ้าถามตน ตนอยากให้เดินทางกลับมาให้หมด เข้าใจว่ามีภาระ แต่เอาชีวิตของเราไว้ก่อนดีกว่า เพราะน้องที่เป็นคนไทยที่ทำงานกับตนคนนึงถูกยิง อีกคนนึงถูกไฟครอกเสียชีวิต




