ก.อุตสาหกรรมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของประเทศ บังคับใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดโดยกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว

เริ่มแล้ว! บังคับ 'รถเล็กเครื่องดีเซล-รถใหญ่' ใช้ 'น้ำมันยูโร 5' รถใหม่จ่อคิวใช้ 'มาตรฐานยูโร 6'
(1 มกราคม 2567) ในปี 2567 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมของประเทศไทยสู่ความสำเร็จที่สมดุลทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านความสามารถในการแข่งขัน ด้านการยอมรับจากชุมชนและสังคม ด้านการตอบโจทย์กติกาสากลในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และด้านการกระจายรายได้สู่ชุมชน

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นอนาคตของประเทศ ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 (EV3.5) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมชีวภาพ

ขณะเดียวกันจะยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมเดิม เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต คือการพัฒนาอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ที่เชื่อมโยงกับเทรนด์โลกและภาคเศรษฐกิจอื่น เกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร เช่น การพัฒนาวัตถุดิบ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม อุตสาหกรรมรีไซเคิล การนำของเสียหรือวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV), ซากรถยนต์, แผงโซลาร์เซลล์, อุตสาหกรรมก่อสร้างที่มีนวัตกรรม (Innovative Construction) เพื่อรองรับการก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และที่อยู่อาศัยในอนาคต เช่น การผลิตปูนซีเมนต์เองภายในประเทศโดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และอุตสาหกรรมสนับสนุนประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Facilitator) เช่น การบริหารสินค้าคงคลัง, ระบบอัตโนมัติในการเตรียมการขนส่ง, โลจิสติก การส่งเสริมอุตสาหกรรมสำคัญตามนโยบายรัฐบาล อุตสาหกรรม Soft Power โดยใช้ soft power เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนา อุตสาหกรรมฮาลาล โดยจัดตั้งหน่วยงานและคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนกลไกอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศไทย อย่างครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพมาตรฐาน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาล (Halal Hub) ในภูมิภาค


facebook.com/thaiarmedforce
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยผลักดันการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีศักยภาพและนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ การพัฒนาทักษะแรงงาน การแก้ไขกฎระเบียบเพื่อสร้างอุปสงค์ภายในประเทศ
“ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจจริงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อที่จะขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นเสาหลักที่มั่นคงของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

ที่มาภาพประกอบ: https://www.tcijthai.com/
โดยนางสาวพิมพ์ภัทรา ยังเปิดเผยด้วยว่า เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2567 นี้ไป กระทรวงอุตสาหกรรมจะบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล และรถยนต์ขนาดใหญ่ ได้แก่ รถกระบะ รถบัส และรถบรรทุก ทั้งที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว พร้อมทั้งกำหนดแผนการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 สำหรับรถยนต์ใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการรักษาความสมดุลทางสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้ให้นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการขอรับใบอนุญาตตามมาตรฐานยูโร 5 โดยเปิดรับให้ยื่นคำขอตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน และคำขอรับบริการทดสอบผลิตภัณฑ์รถยนต์ ผ่านระบบ E-license แล้ว รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตสำหรับมาตรฐานยูโร 5 โดย สมอ. ยอมรับผลทดสอบให้สามารถนำมาใช้ในการขอการรับรองมาตรฐานได้




