ผีห่าซาตานสิง! “ทนายแก้ว” รับกอดจูบสาว 18 จริง แต่ไร้การขัดขืน ลั่นคิดน้อย เสียใจจริงๆ

ข่าวเวิร์คพอยท์
ผีห่าซาตานสิง! “ทนายแก้ว” รับกอดจูบสาว 18 จริง แต่ไร้การขัดขืน ลั่นคิดน้อย เสียใจจริงๆ

ผีห่าซาตานสิง? “ทนายแก้ว” รับกอดจูบสาว 18 จริง แต่ไร้การขัดขืน ลั่นคิดน้อย เสียใจจริงๆ เผยถูกเรียกเงิน 5 ล้าน แต่ขอจบที่ 2.5 ล้าน

(23 ม.ค.69) ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว เดินทางถึง โรงแรมเมธาวลัย เรสซิเดนซ์ เพื่อเตรียมแถลงข่าวเป็นครั้งแรกหลังเกิดกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำอนาจารต่อเด็กสาวอายุ 18 ปี โดยยืนยันว่าข้อกล่าวหาบางประเด็นไม่เป็นความจริง พร้อมยอมรับว่าพฤติกรรมบางอย่างของตน “คิดน้อยและไม่เหมาะสม”

ต่อมาเวลา 10:00 น. ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ชี้แจงว่า ตนรู้จักและติดต่อพูดคุยกับหญิงสาวตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 ก่อนจะนัดพบกันที่ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนเดินทางต่อไปรับประทานอาหารที่ร้านแม่ศรีเรือน ซึ่งระหว่างเดินทาง ทนายแก้วยืนยันว่าไม่ได้มีการกระทำอย่างที่ตนถูกกล่าวอ้าง

จากนั้นเมื่อเดินทางถึงร้านอาหารบรรยากาศก็เป็นไปอย่างปกติ โดยมีการพูดคุย ถ่ายรูป ยอมรับว่ามีการ โอบไหล่และป้อนข้าวจริง

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ตนและผู้เสียหายได้เดินกลับไปที่รถ โดยยอมรับว่าได้มีการกอด หอม และจูบกันภายในรถจริง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้จับหน้าอกหรือกระทำอนาจาร ตามที่ถูกกล่าวหา และเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความสมัครใจในมุมมองของตน

ทนายแก้วยังอ้างว่า หลังเกิดเหตุยังมีการพูดคุยกันผ่านแชตต่อเนื่อง โดยไม่มีข้อความใดกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดในช่วงแรก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ลบแชตใด ๆ และมองว่าหากตนกระทำอย่างที่ถูกกล่าวหาจริง ฝ่ายหญิงควรมีการต่อต้านหรือแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ทนายแก้ว เผยว่าได้รับการติดต่อจากเบนซ์ อาปาเช่ หลังจากพ่อของหญิงสาวนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้บุคคลอื่นรับทราบ ก่อนจะพยายามติดต่อขอพูดคุยเพื่อขอโทษและยุติเรื่อง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ โดยอ้างว่ามีการเรียกร้องเงินผ่านคนกลาง เพื่อแลกกับการยุติเรื่อง ตั้งแต่ 5 -10 ล้านบาท

ทนายแก้ว ยอมรับว่า ตนเคยเสนอเงินเพื่อให้เรื่องจบลง เนื่องจากต้องการรักษาชื่อเสียง ครอบครัว และลดผลกระทบทางสังคม แต่ยืนยันว่าไม่ได้เสนอเพราะยอมรับว่ากระทำผิดตามข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าภายหลังไม่สามารถตกลงกันได้

ส่วนการกล่าวถึง หนุ่ม กรรชัย , หรือ อัยการ ตนมีเจตนาเพียงแค่อยากให้อารมณ์ของพ่อผู้เสียหายเบาลง

ทั้งนี้ ทนายแก้ว แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าพฤติกรรมของตนไม่เหมาะสมและทำให้หลายฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะครอบครัวของตนเองและฝ่ายหญิง พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้หลบหนี และยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน โดยสังคมยังคงจับตาว่าข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงพยานหลักฐานต่าง ๆ จะนำไปสู่ข้อสรุปทางกฎหมายอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง