ชาวบ้านใช้รถไถ-รถบรรทุกบุกไล่ช้างป่าหลายสิบตัว ออกจากไร่อ้อยห่างจากแหล่งชุมชน 500 ม. หลังเดือดร้อนนานนับเดือน

ชาวบ้านใช้รถไถ-รถบรรทุกบุกไล่ช้างป่าหลายสิบตัว ออกจากไร่อ้อยห่างจากแหล่งชุมชน 500 ม. หลังเดือดร้อนนานนับเดือน

ชาวบ้านใช้รถไถ-รถบรรทุกบุกไล่ช้างป่าหลายสิบตัว ออกจากไร่อ้อยห่างจากแหล่งชุมชน 500 ม. หลังเดือดร้อนนานนับเดือน

(7 ม.ค.67) กลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ยังคงต้องช่วยกันผลักดันโขลงช้างป่าหลายสิบตัวออกจากไร่อ้อยของชาวบ้านที่อยู่ห่างจากโรงงานน้ำตาลและแหล่งชุมชนในพื้นที่ตำบลจระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพียงแค่ประมาณ 500 เมตร 

หลังจากช้างป่าโขลงนี้ได้ออกจากอุทยานแห่งชาติทับลานและมาหากินทำลายอ้อยของชาวบ้านบริเวณนี้มาเป็นเวลานานนับเดือนแล้ว โดยชาวบ้านต้องใช้รถตัดอ้อย และรถคีบอ้อยรวมถึงรถไถรถบรรทุก เข้าทำการกดดันช้างที่หลบอยู่ภายในไร่อ้อยที่มีเนื้อที่หลายสิบไร่ พร้อมจุดประทัด เพื่อผลักดันให้ช้างออกจากไร่อ้อยและกลับเข้าสู่ป่า ซึ่งก็ต้องใช้เวลากันทั้งคืนเพราะเมื่อไล่กลับไปแล้วช้างก็จะกลับเข้ามาอีกได้ตลอดเวลา 

โดยปัญหาช้างป่าออกจากอุทยานแห่งชาติทับลานแล้วเข้ามาหากินทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านตำบลจระเข้หินในช่วงนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 1 เดือนแล้วในช่วงนี้ เนื่องจากตอนนี้โขลงช้างป่าได้มีการรวมตัวกันมากกว่า 60 ตัว เข้ามาหลบอาศัยอยู่ภายในป่าชุมชนเขาประดู่ ที่อยู่ห่างจากจุดนี้ไปประมาณ 3 กิโลเมตร  

ซึ่งเป็นจุดที่อยู่คั่นกลางระหว่างเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและที่ทำกินของชาวบ้าน ทำให้ช้างไม่ยอมกลับเข้าสู่ป่าทับลาน และจะหลบซ่อนอาศัยอยู่ในป่าเขาประดู่แห่งนี้ แล้วออกมาหากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านยามค่ำคืน แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองอำเภอ อุทยานแห่งชาติทับลาน รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่จะพยายามทำการผลักดันมาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่เป็นผล เพราะช้างป่าโขลงนี้มีช้างเล็กอยู่จำนวนมาก 

ประกอบกับสภาพพื้นที่ในเส้นทางเดินช้างนั้นมีอุปสรรคทางภูมิประเทศที่ค่อนข้างแคบและสูงชันอันตรายต่อการเคลื่อนย้ายโขลงที่มีช้างเล็ก และยังมีแหล่งอาหารอยู่โดยรอบ ทำให้ช้างไม่ยอมกลับเข้าสู่ป่า ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าทำการติดตามโขลงช้างทางอากาศและภาคพื้น เพื่อประเมินและวางแผนปฏิบัติการผลักดันโขลงช้างป่าโขลงนี้ให้กลับเข้าสู่ป่าทับลานโดยเร็วที่สุด พร้อมดำเนินแผนการป้องกันไม่ให้ช้างกลับมาในพื้นที่ของชาวบ้านในระยะยาว ซึ่งในปฏิบัติการนี้เบื้องต้นจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครในพื้นที่ก่อน หากไม่เป็นผลหรือกำลังพลไม่พอ ก็จะทำการเรียกระดมพลเจ้าหน้าที่จากจุดอื่นๆเข้ามาช่วยโดยทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง