สส.ไทยสร้างไทย เร่งรัฐบาลวางมาตรการบริหารข้าวเปลือก หวั่นภาวะข้าวล้นตลาด

สส.ไทยสร้างไทย เร่งรัฐบาลวางมาตรการบริหารข้าวเปลือก หวั่นภาวะข้าวล้นตลาด อาจได้เห็นข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุด กก.ละ 8 บาท
(2พ.ย.66) นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะกรรมาธิการการเกษตร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งที่ประชุมยังไม่มีมติใน 4 มาตรการในการบริหารจัดการข้าวเปลือกปีการผลิต 2566/2567 ตามที่ได้เคยเสนอ เนื่องจากในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าข้าวจะออกเต็มพื้นที่ หากรัฐไม่มีมาตรการและนโยบายที่ชัดเจน ก็จะทำให้เกิดภาวะข้าวล้นตลาด และในท้ายที่สุดอาจได้เห็นข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของประเทศขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท จากราคาข้าวที่ควรขายได้กิโลกรัมละ 15 บาท หรือตันละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่พี่น้องหักต้นทุนแล้วอยู่ได้
ดังนั้นในระยะเร่งด่วนที่ข้าวกำลังออกผลผลิตนั้น รัฐบาลจะต้องมีโครงการที่จูงใจให้ชะลอข้าวออกสู่ตลาด และช่วยเหลือเกษตรกร เช่น สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 1,500 บาทต่อตัน , โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก , โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันการเกษตร , เงินสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
"ทั้งหมดนี้รัฐยังไม่มีมติใด ๆ จึงขอส่งเสียงแทนพี่น้องชาวนาว่าภายในสัปดาห์หน้าขอให้รัฐบาลมีความชัดเจน ว่าจะมีมติใช้มาตรการเหล่านี้หรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวนาต้องเร่งถามว่า จะได้เงินกี่โมงและมาตรการระยะยาวรัฐบาลจะใช้รูปแบบใดประกันราคาข้าว หรือจำนำข้าว" นายชัชวาล กล่าว
นายชัชวาล กล่าวด้วยว่า ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า การดูแลพี่น้องชาวนาอย่างยั่งยืน ต้องพัฒนาระบบชลประทานระยะยาว รวมถึงการกำหนดมาตรการลดต้นทุนการทำนา ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญในกระบวนการผลิตข้าว




