คลังแจงยิบ! ยอดอุทธรณ์ "บัตรคนจน" พุ่ง 2.9 ล้านราย ยันเกณฑ์เข้มเพื่อคัดกรองกลุ่มเปราะบางที่สุด

ข่าวเวิร์คพอยท์
คลังแจงยิบ! ยอดอุทธรณ์ "บัตรคนจน" พุ่ง 2.9 ล้านราย ยันเกณฑ์เข้มเพื่อคัดกรองกลุ่มเปราะบางที่สุด

คลังแจงยิบ! ยอดอุทธรณ์ "บัตรคนจน" พุ่ง 2.9 ล้านราย ยันเกณฑ์เข้มเพื่อคัดกรองกลุ่มเปราะบางที่สุด พร้อมยอมรับแก้ปม "โอนลอย-สวมสิทธิ์ภาษี" เล็งชง ครม. ไฟเขียวคืนโอกาสเยียวยาประชาชนทันใช้สิทธิ์ 1 ต.ค. นี้

(20 ก.ค. 69) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ชี้แจงกรณีการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงมีความตั้งใจ ให้คนชั้นสุดท้ายได้รับสวัสดิการ เป็นกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องรถนั้นก็มาจากการถูกร้องเรียนว่ามีคนขับรถไปร้านธงฟ้า วันนี้มีหลักเกณฑ์ที่ปรับเพิ่มมากขึ้นจากการประมวลผลตามข้อเท็จจริงของความยากจนต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง จะต้องดูข้อมูลและความเดือดร้อน ที่ผ่านมาทางกระทรวงคมนาคมเองก็มีการเข้าไปพิจารณาแต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทราบว่ามีการโอนลอยรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ส่วนรถที่มีชื่อทางทะเบียนแต่ไม่มีการมาถอนสภาพ ทางกระทรวงคมนาคมก็มีข้อจำกัดไม่สามารถทราบในรายละเอียดได้ จึงจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์นี้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ปรากฏออกมา 4 ประการ ทางกระทรวงการคลังก็จะรับไปเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้น ในหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน เช่น การโอนลอยไปแล้วมีหลักฐาน รวมไปถึงมีการติดตามการยืนยันว่าได้โอนลอยไปจริง ตนก็ยอมรับว่าในทางปฏิบัติควบคุมได้ และเป็นโอกาสอันดีที่จะเป็นการอัปเดตข้อมูล และสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนรับรู้ว่าการโอนลอยนั้นอาจจะทำให้เสียสิทธิ์ต่าง ๆ

ส่วนเรื่องการศึกษา ทางกระทรวงการคลังพร้อมรับนำมาเป็นเงื่อนไข ในวันนี้มีประชาชนขอยื่นเรื่องมาขอทบทวนแล้วประมาณ 2.9 ล้านราย ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40 เป็นปัญหาเรื่องรถยนต์ หลังจากนี้รับเรื่องเข้ามาแล้วจะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการบัตรประชารัฐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาดูรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะเร่งเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อพิจารณาเห็นชอบในการเพิ่มเงื่อนไขตรงกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น โดยจะเร่งการพิจารณาให้ทันเพื่อให้ประชาชนสามารถทันใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้ยังมีการลงทะเบียนเชิงรุก เน้นการสำรวจ มีคนที่ไม่เคยได้สิทธิ์ ไม่เคยลงทะเบียนเลยประมาณ 2.3 แสนราย ตนขอขอบคุณตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทยที่ลงสำรวจพื้นที่ แต่ก็มีข้อท้วงติงว่าอยากให้มีการประสานงานยืนยันตัวตน 840,000 ราย ทางอธิบดีกรมการปกครองได้รับปากจะลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ

ครั้งนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยที่ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้นเกี่ยวกับผู้ที่เดือดร้อน ตอนนี้ทางกระทรวงสามารถที่จะระบุความเดือดร้อนได้หลายระดับ ซึ่งจะเป็นหนทางในการกำหนดมาตรการหลายมาตรการ ที่เหมาะสมในการดูแลกลุ่มความเดือดร้อนแต่ละกลุ่มต่อไป ไม่ใช่แค่ใช้สวัสดิการแห่งรัฐแล้วจบไป แต่จะเป็นการเร่งหามาตรการช่วยเหลือ ร่วมกับกำหนดหน่วยงานอื่น เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าจะต้องเร่งช่วยเหลือทุกคน ส่วนโครงการไทยช่วยไทย 60/40 จะมีการถ่ายโอนสิทธิ์คนกลุ่มที่ไม่เคยมีสิทธิ์ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือลงไม่ผ่าน มีประมาณ 13.18 ล้านคน มาลงทะเบียน 12.17 ล้านคน ซึ่งทางกระทรวงจะคืนโอกาสให้ท่านให้สามารถใช้โครงการไทยช่วยไทย 60/40 ได้อีก 2 เดือน มีประมาณทั้งหมด 6 ล้านคน โดยจะมีการเปลี่ยนเงินจากในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นโครงการไทยช่วยไทย 60/40 ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้และเริ่มดำเนินการ ขอยืนยันว่าทุกเงื่อนไขมีการรับเรื่องร้องเรียน ส่วนปัญหาเรื่องของรายได้ที่มีหลายคนระบุไม่เคยยื่นภาษี แต่มีข้อมูลรายได้ปรากฏนั้น เป็นการบันทึกเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้ามีการรับเงินไว้ จะต้องเสียสิทธิ์แต่ในกรณีนี้มีหลายคนเข้ามาทักท้วงที่กรมสรรพากร ว่าไม่เคยได้รับเงินจริง ไม่รู้จักคนที่กรมสรรพากรมีการอ้างถึง ทางกระทรวงก็พร้อมที่จะรับเรื่องนี้ไว้ เพราะหลายครั้งมีคนที่ทุจริตขโมยชื่อของบุคคลอื่นมาเป็นลูกจ้างปลอมในการที่จะหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ซึ่งก็มีปัญหานี้ในทุกครั้งที่ทำเรื่องบัตรสวัสดิการและครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะพบมากขึ้น นับว่าเป็นโอกาส ในการที่จะติดตามคนที่นำชื่อท่านไปแอบอ้างและการคืนสิทธิ์ให้รวดเร็วภายใน 1 ตุลาคมนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง