ปชช.บ่นค่าไฟปรับขึ้นสูง หวั่นกระทบต้นทุนสินค้า วอนชะลอการขึ้นค่าไฟ

ปชช.บ่นค่าไฟปรับขึ้นสูง หวั่นกระทบต้นทุนสินค้า วอนชะลอการขึ้นค่าไฟ

ปชช.บ่นค่าไฟปรับขึ้นสูง หวั่นกระทบต้นทุนสินค้า วอนชะลอการขึ้นค่าไฟ เผยเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว เหมือนรัฐบาลเตะตัดขาตัวเอง

(2ธ.ค.66) ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวด ม.ค. - เม.ย. 2567 เป็น 4.68 บาทต่อหน่วย โดยมาจากค่าไฟฟ้าผันแปรที่ปรับขึ้นเป็น 89.55 สตางค์ต่อหน่วย รวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย พร้อมเรียกร้องประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดค่าครองชีพและช่วยประเทศชาตินั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากชาวบ้านในพื้นที่ จ.ชัยนาท โดยส่วนใหญ่พูดทำนองเดียวกันว่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ควรเป็นรัฐสวัสดิการ ไม่ควรคำนวณมุ่งผลทางธุรกิจเป็นหลัก เพราะทุกบ้านในประเทศนี้ต้องพึ่งพาไฟฟ้า และแน่นอนว่าถ้าค่าไฟฟ้าปรับขึ้น ข้าวของทุกอย่างจะแพงขึ้นเพราะทุกธุรกิจในระบบ จะต้องใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญด้วย

นายกิตติเดช อาชีพขายปลาทู เปิดเผยว่า กระทบหนักแน่ ๆ เพราะยกตัวอย่างง่ายๆเลย ปลาทูที่ตนไปรับมาขาย จะต้องผ่านการแช่ห้องเย็นที่ใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องตลอด 24 ชม. แน่นอนว่าค่าไฟฟ้าขึ้นก็จะถูกเอามาคำนวณรวมเป็นต้นทุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ จะทำให้ราคาปลาทูปรับตัวขึ้นอย่างแน่นอน 

"อยากให้รัฐบาลเร่งหามาตรการควบคุมและลดค่าไฟฟ้าลงมาโดยด่วน ก่อนที่จะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมให้เกิดการชะลอตัวจากการปรับค่าไฟฟ้าขึ้น" นายกิตติเดช กล่าว

ด้านนายสรรเสริญ พ่อค้าขายหมูปิ้ง บอกว่า เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัวแต่มาปรับค่าไฟฟ้าขึ้นแบบนี้ เหมือนรัฐบาลเตะตัดขาตัวเอง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงผู้ประกอบการ

"ตนเองที่บ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งแอร์ ทั้งตู้เย็น ไฟส่องสว่าง เตารีด ที่เสียค่าไฟหลักพันบาท ถ้ามีการปรับค่าไฟขึ้นไปอีก ก็กังวลเพราะค่าใช้จ่ายจะเพิ่มตามมาอีก จึงอยากให้รัฐบาลเร่งปรับค่าไฟลงมาก่อนที่จะทำเศรษฐกิจพัง" นายสรรเสริญ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง