แม่น้ำสงครามล้น เอ่อท่วมบ้านเรือ-ที่ดินทางการเกษตร 3,000 ไร่

ผู้ว่าฯบึงกาฬ ลงเยี่ยมพื้นที่ริมแม่น้ำสงคราม ถูกน้ำเอ่อท่วมที่ดินทำกินและที่อยู่ชาวบ้านกว่า 3,000 ไร่ แจกถุงยังชีพ น้ำดื่ม ยารักษาโรค พร้อมให้นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนเข้าสำรวจความเสียหาย
(23 ก.ย. 66) ช่วงสาวันนี้ นายนฤชา โฆษาศรีวิไลช์ ผุ้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสงครามที่ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ในพื้นที่บ้านสันติสุข หมู่ที่ 5 ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ซึ่งในเช้าวันนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้น ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในหมู่บ้านน้อยสันติสุข กว่า 17 หลังคาเรือน และท่วมพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าว รอบๆ หนองเลิง และริมแม่น้ำสงคราม กว่า 3,000 ไร่
โดยมีนายอำเภอพรเจริญ เกษตรจังหวัด ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลดอนหญ้านาง นำถุงยังชีพ น้ำดื่ม มามอบให้กับชาวบ้านที่ประสบภัย และ รพ.สต.ดอนหญ้านาง พร้อมเจ้าหน้าที่ออกมาให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น พบมีชาวบ้านเป็นโรคนำกัดเท้า และมอบยารักษาที่จำเป็นแก่ชาวบ้านในเบื้องต้น โดยระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 20-60 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรไป-มาได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือ และรถไถนาเดินตามพวงท้าย สัญจรไป-มาแทน
ผวจ.บึงกาฬ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับผลกระทบจาก ร่องความกดอากาศต่ำกำลังแรงพาดผ่านจังหวัดบึงกาฬ ทำให้ฝนตกหนักในหลานพื้นที่ ติดต่อกันหลายวันทำให้มีน้ำสะสมประกอบกับมีน้ำเหนือไหลลงมาสมทบทำให้มีน้ำท่วม สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วมครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ริมแม่น้ำสงคราม ทั้งในส่วนของอำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัดบึงกาฬ
วันนี้ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจพี่น้องตำบลดอนหญ้านาง และมาลงพื้นที่ดูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นฝั่งของแม่น้ำสงคราม จนท่วมยังพื้นที่บริเวณโดยรอบ ซึ่งมีรายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 16-17 ครัวเรือน ก็มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยได้ฝากให้นายอำเภอพรเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนหญ้านาง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และความเดือดร้อนของประชาชนโดยตลอดตั้งแต่มีสถานการณ์น้ำเอ่อล้มท่วม จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ
จากการสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนยังมีขวัญและกำลังใจที่ดี โดยในวันนี้ได้มีโอกาสมาเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและมอบถุงกาชาด ถุงยังชีพ เวชภัณฑ์ ข้าวสารอาหารแห้ง และน้ำดื่ม แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้หากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องใดก็ตาม ขอให้แจ้งผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลช่วยเหลือเรื่องทุกข์ยากของประชาชนตลอดเวลา ในส่วนของพื้นที่ความเสียหายด้านเกษตรกรรม ได้มอบหมายให้อำเภอที่ได้รับเร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน และจะนำเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ในลำดับต่อไป




