สุดแสนดีใจรู้ข่าวสามีถูกปล่อยตัวในอิสราเอล นับวันรอกลับบ้านเกิด

ข่าวเวิร์คพอยท์
สุดแสนดีใจรู้ข่าวสามีถูกปล่อยตัวในอิสราเอล นับวันรอกลับบ้านเกิด

สุดแสนดีใจรู้ข่าวสามีถูกปล่อยตัวในอิสราเอล นับวันรอกลับบ้านเกิด ยันแม้สงครามสงบก็จะไม่ให้กลับไปทำงานอีก เผยเพียงพอแล้วสู้งานต่างแดนกว่า 3 ปีส่งเงินกลับมาเดือนละ 5 หมื่น เตรียมสร้างบ้านหลังใหม่พร้อมจัดงานบวช

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 68 บ้านห้วย หมู่ 2 ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ มีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน มาร่วมดีใจและแสดงความยินดีกับ น.ส.ทิพวัลย์ พลดง อายุ 34 ปี ภรรยาของนายมงคล ผจวบบุญ อายุ 38 ปี แรงงานไทยในอิสราเอลที่โดนจับเป็นตัวประกัน และได้รับการปล่อยตัวแล้ว ซึ่งเพื่อนของนายมงคล ที่อยู่ในอิสราเอล เห็นนายมงคลตอนลงจากรถตู้ที่มาส่งตัวประกัน จึงถ่ายภาพและคลิปส่งมาให้ น.ส.ทิพวัลย์ ภรรยาดู พร้อมกับโทรมาแจ้งข่าวว่า "พี่เขายังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่และได้รับการปล่อยตัวมาแล้ว"

สุดแสนดีใจรู้ข่าวสามีถูกปล่อยตัวในอิสราเอล นับวันรอกลับบ้านเกิด

น.ส.ทิพวัลย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนกับสามีมีลูกด้วยกัน 2 คนเป็นหญิงทั้งคู่ สามีไปทำงานที่อิสราเอลตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เราก็ได้โทรคุยกันทุกวัน ทั้งเช้าก่อนไปทำงานและหลังเลิกงาน สามีได้ส่งเงินมาให้ทางบ้านเดือนละ 50,000 บาท ตนก็เก็บไว้ตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ แต่สามีก็มาดดนจับเป็นตัวประกันก่อน หลังทราบข่าวว่าสามีถูกปล่อยตัวและยังมีชีวิตรอดปลอดภัย ตนก็รู้สึกดีใจมาก รู้สึกโล่งอก 

เมื่อถามว่า ถ้าสงครามสงบแล้วจะให้สามีกลับไปทำงานอีกหรือไม่? น.ส.ทิพวัลย์ ส่ายหน้า พร้อมกับตอบทันทีว่า ไม่ให้ไปอีกแล้ว เสี่ยงมากเกินไป ครั้งนี้ถูกจับเป็นตัวประกันนานเกือบ 2 เดือน คนทางบ้านเป็นห่วงใจจะขาด ทำงานหาเงินอยู่บ้านเรานี่แหละ ถึงได้น้อยเราก็ใช้จ่ายอย่างประหยัดก็อยู่ได้

“ถ้าสามีกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็จะทำพิธีผูกแขน รับขวัญให้เป็นสิริมงคล ให้พ้นเคราะห์พ้นภัย แล้วจะให้เขาไปบวชที่ จ.มหาสารคาม เพราะพ่อแม่ของสามีอยู่ที่โน่น ก็จะให้ไปบวชที่โน่น ส่วนทางเราก็จะมีการผูกแขนสู่ขวัญตามประเพณีเท่านั้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง