ผู้ว่าฯชัชชาติ แจง ไม่ได้สั่งคุมร้านหมูกะทะ หาบเร่ ปิ้งย่างขายของปมเกิดฝุ่น PM 2.5

AdminNews
ผู้ว่าฯชัชชาติ แจง ไม่ได้สั่งคุมร้านหมูกะทะ หาบเร่ ปิ้งย่างขายของปมเกิดฝุ่น PM 2.5

'ชัชชาติ' แจงไม่ได้สั่งห้ามรถเข็นปิ้งย่าง - หมูกระทะ ปมฝุ่น PM 2.5

18 ธ.ค. 66 กรณีที่มีกระแสข่าวว่า กทม.จะมีมาตรการคุมรถเข็นหาบเร่ ปิ้งย่าง และร้านหมูกระทะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งการปล่อยฝุ่น PM 2.5  

ล่าสุดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า จากสถานีตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ที่บางนา แสดงตัวเลขค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นเวลามีรถเข็นปิ้งย่างมาตั้งขาย ซึ่งส่งผลต่อปริมาณฝุ่น PM 2.5 บริเวณรอบๆเพิ่มขึ้นชัดเจน จนมีผู้ร้องเข้ามาที่ กทม. 

นายชัชชาติระบุว่า ไม่ได้จะมีคำสั่งห้ามขาย หรือมีมาตรการเข้มงวดแต่อย่างใด เพราะเข้าใจว่าเป็นการหารายได้ แต่เป็นการหาแนวทางช่วยเหลือด้วยการสั่งให้หน่วยงานไปศึกษาหาอุปกรณ์ช่วยดูดควันเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญกับผู้ที่อาศัยในบริเวณนั้น  

ส่วนร้านหมูกระทะ นายชัชชาติ ระบุว่า ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ถ่านอัดและเตาไร้ควัน ส่วนมากไม่ส่งผลต่อการเกิดฝุ่น PM 2.5 แต่สำหรับร้านหมูกระทะที่ใช้เตาถ่านนั้น อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล 

อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ ระบุว่าฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นจากรถเข็นปิ้งย่าง ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหา เพียงเกิดฝุ่นในบริเวณพื้นที่นั้นๆ

กทม.ผนึก ก.พลังงาน ลดราคาเปลี่ยนไส้กรอง น้ำมันเครื่อง ลดฝุ่น PM 2.5 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงมาตรการลดฝุ่น PM 2.5 ในภาคการขนส่ง 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ระบุว่า จากข้อมูลจาก​กรีนพีช​ พบว่า​ฝุ่น​ PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อโลก​คิดเป็น มูลค่า​70​ล้านล้านบาท ส่วนแหล่งที่มาของฝุ่น เกิดจาก การเผาในที่โล่ง​ 54% อุตสาหกรรม​ 17%

ภาคขนส่ง​ 13% ผลิตไฟฟ้า​8% และอื่นๆ​8%

ส่วนแหล่งที่มาของฝุ่นในเขตเมือง​ ส่วนใหญ่ เกิดจากภาคขนส่ง ​72% อุตสาหกรรม ​17% เผาที่โล่ง ​5% และ อื่น​ 6% โดยในภาคขนส่ง​ ยานพาหนะที่ทำให้เกิดฝุ่นมากที่สุดคือ รถบรรทุก​ 28% รถกระบะ​ 21% รถยนต์​ 10% รถปรจำทาง​ 7%

รถจักรยานยนต์ ​5% รถตู้ ​1%

ซึ่งวิธีแก้ ทางกระทรวงพลังงาน จะส่งเสริมให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็น​ Euro 5 ซึ่งมีสารประกอบซัลเฟอร์ลดลง ทำให้เกิดฝุ่นPM 2.5 ลดลงกว่า เครื่องยนต์ดีเซล 5 เท่าซึ่งกระทรวงจะกำหนดเริ่มใช้ 1 ม.ค. 67 ซึ่งจะเป็นมาตรการบังคับ ประเทศไทยจะเป๋นประเทศแรกในกลุ่มอาเซียนที่จะใช้น้ำมันนี้

นอกจากนี้ ทางกระทรวงได้ขอความร่วมือกับบริษัทค่ายรถยนต์​ บริษัทปั้มน้ำมัน ให้บริการเช็คสภาพรถยนต์ ด้วยการจัดทำแพ็คเกจราคาพิเศษ​ให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา ซึ่งจะสามารถลดปริมาณการเกิดฝุ่นได้ และเป้าหมายระยะยาว ให้ส่งเสริมใช้รถยานยนต์ไฟฟ้า มี​เป้าหมาย​ภายในปี​2573 ต้องใช้รถยนต์​และรถกระบะไฟฟ้า​รวมกว่า​ 440,000 คันต่อปี​ หรือร้อยละ​50​ ของจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง