ผู้ค้าส่งสินค้าเกษตรกระอัก ดีเซลจ่อขึ้น 1 บาท/ลิตร

ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตรเผยถ้าขึ้นดีเซลอีกลิตรละ 1 บาทจริง เท่ากับซ้ำเติมผู้ประกอบการ ต้นทุนเพิ่มแต่ไม่กล้าขยับราคาค่าบริการเพราะเกรงจะกระทบผู้บริโภคปลายทางจนส่งผลให้ความต้องการสินค้าลดลง กลายเป็นปัญหางูกินหาง
(12 ก.ค. 67) จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีแนวโน้มที่จะปรับราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ส่งผลให้น้ำมันดีเซลจากเดิมที่ลิตรละ 33 บาท เป็นลิตรละ 34 บาท
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดดคุยกับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตรในตลาดศรีเมือง ตลาดกลางค้าผักและผลไม้ จ.ราชบุรี ซึ่งในแต่ละวันสินค้าเกษตรกว่าร้อยละ 80 จะถูกส่งไปจำหน่ายยังพื้นที่ภาคใต้ และประเทศเพื่อนอย่างมาเลเซีย สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 80 - 100 ล้านบาทต่อวัน

โดย น.ส.สราภา อายุ 44 ปี หนึ่งในผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าเกษตรพื้นที่ภาคใต้ ที่ทำมานานถึง 19 ปี เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคทางภาคใต้เริ่มมีการปลูกพืชผักสำหรับบริโภคได้เอง นอกจากนี้ธุรกิจท่องเที่ยวก็อยู่ในภาวะซบเซา ส่งผลทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าเกษตรลดลงไปกว่าครึ่ง
จากเดิมที่เคยต้องใช้รถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งสามารถขนส่งได้ประมาณ 15 ตันต่อรอบ และมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 18,000 - 20,000 บาท ทำให้ตนต้องปรับเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกหกล้อ หรือ รถกระบะแทน แต่หากวันไหนที่มียอดสั่งซื้อเข้ามาน้อยมาก ๆ ก็จะใช้วิธีฝากกับผู้ประกอบการขนส่งเจ้าอื่น เพื่อลดรายจ่าย รวมทั้งเพื่อรักษาฐานลูกค้า ประคับประคองกิจการให้ได้นานที่สุด

ทั้งนี้ หากน้ำมันดีเซลจะปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท ไม่เพียงจะซ้ำเติมผู้ประกอบการขนส่ง ที่มีภาระค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ไม่เพียงแค่ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ยังมีค่าประกันสินค้า ค่าประกันรถ ค่าแรงงาน ค่าเสื่อมสภาพ ที่จะต้องแบกรับ ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งไม่สามารถขยับราคาค่าบริการได้ เพราะจะกระทบกับผู้บริโภคปลายทาง ที่ปัจจุบันมีกำลังซื้อน้อยลงจากสภาพเศรษฐกิจ ถ้าราคาแพงเกินไปผักก็จะขายไม่ได้ สุดท้ายปัญหาก็จะย้อนกลับมาที่เกษตรกรต้นทางที่ไม่สามารถขายส่งผักลงภาคใต้ได้อีก
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ก็ขอฝากให้รัฐบาลช่วยตรึง หรือ ลดราคาน้ำมันดีเซลลง เพราะราคาน้ำมันในเวลานี้ ผู้ประกอบการก็แทบจะไม่เหลือกำไรให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้อยู่แล้ว




