ป้าเก็บของเก่าท้อ ขอไม่ทบทวนสิทธิต่อแม้จนจริง

ป้าเก็บของเก่าชาวชัยนาทออกปากว่าท้อ หลังโดนตัดสิทธิบัตรคนจน บอกตอนนี้ลำบากมาก ที่บ้านอยู่กัน 13 คน บางคนก็ตกงาน ยังมาโดนตัดสิทธิเพราะระบบบอกมีรถจักรยานยนต์ 3 คัน เผยเคยมีรถอีกคันจริง แต่ขายไปนานแล้ว คนซื้อไม่ยอมไปโอนชื่อ คงไม่ไปทบทวนสิทธิ์แล้ว
(22 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งกลุ่มผู้ได้รับสิทธิเดิมและผู้ตกสำรวจทั่วประเทศ โดยผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาสามารถกด "ยืนยันการทบทวนสิทธิ" ได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และต้องติดต่อหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อแก้ไขข้อมูลภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ก่อนจะมีการประกาศผลการทบทวนสิทธิอีกครั้งในวันที่ 21 กันยายน 2569 และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท พบ น.ส.สมจิตร อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นผู้ถูกตัดสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ เปิดเผยด้วยความรู้สึกเสียใจว่า บ้านของตนอาศัยอยู่รวมกันกว่า 13 ชีวิต แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 7 คน และเด็กอีก 6 คน อายุระหว่าง 3-17 ปี หลายคนในครอบครัวกำลังว่างงาน ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
.
น.ส.สมจิตร เผยว่า เดิมประกอบอาชีพเก็บขยะขายที่บ่อขยะเขาพลอง แต่หลังจากบ่อขยะปิดถาวรมาหลายเดือน ต้องเปลี่ยนไปรับจ้างก่อสร้าง เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีรายได้ จึงต้องออกเก็บขยะตามถังขยะในหมู่บ้านนำมาสะสมไว้ประมาณ 6-7 วัน ก่อนนำไปขาย ได้เงินเพียงครั้งละ 300-400 บาท จากเดิมที่เคยขายได้ 500-600 บาท อีกทั้งราคาขยะในปัจจุบันก็ลดลง ทำให้บางครั้งต้องหยิบยืมเงินเพื่อนบ้านมาใช้จ่ายและรีบหาเงินมาคืน เพราะไม่ต้องการเป็นหนี้ โดยตนได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาตั้งแต่เริ่มโครงการ และเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาท ถือเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว แต่เมื่อตรวจสอบผลคุณสมบัติในปีนี้กลับพบว่าถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากระบบระบุว่ามีรถจักรยานยนต์ครอบครอง 3 คัน ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนด
.
อย่างไรก็ตาม น.ส.สมจิตร ยืนยันว่า รถจักรยานยนต์หนึ่งในนั้นได้ขายไปแล้วกว่า 20 ปี แต่ผู้ซื้อไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ยังมีชื่อเป็นผู้ครอบครองในระบบของสำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท ส่งผลให้จำนวนรถในฐานข้อมูลเกินเงื่อนไขของโครงการ รู้สึกหมดหวัง เสียดาย เสียใจ และเครียดมาก เงิน 300 บาทต่อเดือนมีค่ามากสำหรับครอบครัวเรา เอาไว้ซื้อข้าวสารเลี้ยงลูกหลาน ตอนนี้แฟนเป็นคนหาเงินหลักก็ยังไม่พอใช้ ลูกหลานก็มีหลายคน หากไม่มีเงินช่วยเหลือตรงนี้ก็ลำบากมาก
.
นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า แม้ภาครัฐจะเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิ แต่ตนรู้สึกท้อใจและไม่คิดจะดำเนินการ เพราะทราบดีว่ายังมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 3 คันในระบบ จึงเกรงว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาอยู่ดี
.
น.ส.สมจิตร ยังฝากวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยพิจารณาข้อเท็จจริง เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนจริง และรถจักรยานยนต์เป็นเพียงพาหนะที่ใช้ประกอบอาชีพ หากได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐกลับคืนมา ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระและนำเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวได้ในช่วงที่รายได้ไม่แน่นอนและค่าครองชีพยังคงสูงอยู่




