รีสอร์ทโอดระบบคิดค่าไฟใหม่ หวั่นทำต้นทุนพุ่ง

ข่าวเวิร์คพอยท์
รีสอร์ทโอดระบบคิดค่าไฟใหม่ หวั่นทำต้นทุนพุ่ง

รีสอร์ทโอด หวั่นระบบคิดค่าไฟแบบใหม่แบบขั้นบันไดทำต้นทุนพุ่ง เหตุภาคธุรกิจใช้ไฟเกิน 200 หน่วย วอนรัฐอย่าผลักภาระให้ผู้ใช้ไฟมากไป

(31 ส.ค. 69) จากกรณี รัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ เริ่มรอบบิลเดือนกันยายน 2569 ภายใต้นโยบาย ใช้น้อย จ่ายถูกลง กำหนดให้บ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าในช่วง 200 หน่วยแรก จ่ายค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่การใช้ไฟฟ้าเกินจากนั้นจะคิดอัตราสูงขึ้นตามลำดับ จุดกระแสคำถามขึ้นทันทีว่า นโยบายดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้จริงหรือไม่ และผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก โดยเฉพาะภาคธุรกิจ จะต้องรับภาระเพิ่มขึ้นหรือไม่

.

ตามโครงสร้างอัตราที่มีการประกาศใช้ การใช้ไฟฟ้า 1-200 หน่วยแรก คิดอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่การใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย อยู่ที่ 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป อยู่ที่ 4.3583 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลระบุว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเรียกเก็บทุกประเภทลดลงจากประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย 

.

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก เริ่มมีความกังวลว่าโครงสร้างใหม่อาจทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น

.

นายชูเอกราช พิมพ์ชู เจ้าของกิจการริมน้ำ รีสอร์ต ติดสระน้ำหนองตาคง หมู่ 8 ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เพิ่งทราบรายละเอียดของนโยบายดังกล่าว จึงรีบตรวจสอบข้อมูล และพบว่าผู้ประกอบการที่มีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากอาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

.

นายชูเอกราช กล่าวว่า ธุรกิจรีสอร์ตมีการใช้ไฟฟ้าหลายพันหน่วยต่อเดือน แตกต่างจากครัวเรือนทั่วไปที่อาจใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 200 หน่วย โดยการดำเนินกิจการจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ระบบไฟฟ้าภายในห้องพัก รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ และในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักจำนวนมาก ปริมาณการใช้ไฟฟ้าก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

.

การช่วยลดค่าไฟให้ประชาชนที่ใช้ไฟน้อยถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดภาระค่าครองชีพ แต่ภาครัฐต้องมองผลกระทบต่อผู้ประกอบการด้วย ธุรกิจอย่างรีสอร์ต โรงงาน หรือภาคอุตสาหกรรม มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยากใช้มากก็ใช้นายชูเอกราช กล่าว

.

เขามองว่า หากโครงสร้างใหม่ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วยต้องจ่ายในอัตราที่สูงขึ้นตามลำดับ อาจกลายเป็นภาระต้นทุนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากหลายธุรกิจไม่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้มากนัก เพราะเป็นต้นทุนจำเป็นต่อการให้บริการและการดำเนินกิจการ

.

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจในปัจจุบันยังต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จำนวนนักท่องเที่ยวและลูกค้าลดลง ขณะที่ต้นทุนหลายด้านยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค ค่าเอฟที และภาษีมูลค่าเพิ่ม

.

นายชูเอกราช กล่าวว่า แม้ค่าไฟจะเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งของธุรกิจ แต่เมื่อค่าใช้จ่ายหลายด้านเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการอยู่รอดของกิจการได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

.

ผู้ประกอบการบางรายต้องพยายามลดต้นทุนเพื่อประคองธุรกิจอยู่แล้ว บางแห่งต้องลดจำนวนพนักงาน หากภาระค่าไฟเพิ่มขึ้นอีก ก็อาจยิ่งซ้ำเติมภาคธุรกิจ และสุดท้ายอาจส่งผลต่อการจ้างงานด้วย นายชูเอกราช กล่าว

.

เจ้าของรีสอร์ตโคราชยังเรียกร้องให้ภาครัฐออกแบบมาตรการค่าไฟฟ้าอย่างสมดุล ระหว่างการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย กับการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

.

พร้อมเสนอให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากตามลักษณะของธุรกิจ รวมถึงทบทวนองค์ประกอบต้นทุนด้านพลังงาน เช่น ค่าเอฟที เพื่อไม่ให้เกิดการผลักภาระจากผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหนึ่งมากเกินไป

.

นโยบาย ใช้น้อย จ่ายถูกลง จึงยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องจับตา เมื่อบิลค่าไฟรอบใหม่เริ่มส่งถึงมือประชาชนในเดือนกันยายนนี้ เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขอัตราค่าไฟเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า ประชาชนจ่ายลดลงจริงหรือไม่ และภาคธุรกิจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นมากเพียงใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง