ขนลุก! แห่จับปลาหมอคางดำ ริมบึงมักกะสัน

ขนลุก! แห่จับปลาหมอคางดำ ริมบึงมักกะสัน ใครว่างไปจับทำเมนูเย็นนี้ได้
จากกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ที่ในปัจจุบันกลายเป็น “เอเลี่ยนสปีชีส์” หรือสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและทำลายสัตว์น้ำประจำถิ่น ตามแหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงอย่างหนักในพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
(15 ก.ค.67) ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก "อีซ้อขยี้ข่าว3" โพสต์ข้อความระบุว่า ชาวบ้านแห่จับปลาหมอคางดำที่น็อคน้ำแถวบึงมักกะสันฝั่งขาออกประชาสงเคราะห์
ปลามีเยอะมากค่ะ ขาวบ้านยังไม่ค่อยรู้เยอะ (แต่คิดว่าอีกไม่เกินชั่วโมงน่าจะรู้ทั้งโลกค่ะ เชื่อมืออีซ้อ ) ใครว่างไปจับทำเมนูเย็นนี้ได้ค่ะ
โดยปลาหมอสีคางดำ (Blackchin tilapia) มักพบในน้ำจืด แม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ป่าชายเลน และในทะเล ลักษณะคล้ายปลาหมอเทศ ขนาดตัวโตเต็มวัย ลําตัวยาวถึง 8 นิ้ว มีสีดําบริเวณหัวและบริเวณแผ่นปิดเหงือก ปรับตัวได้ดี ทนต่อความเค็มได้สูง สามารถขยายพันธุ์ด้ทุก 22 วัน ทำให้แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วงปี 2549 "ถือเป็นสัตว์ผิดกฎหมาย" เพราะทำลายระบบนิเวศในแหล่งน้ำไทยอย่างหนัก
ขณะที่อาจารย์เจษฎา เผยข้อความระบุว่า เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสครับ “ปลาหมอสีคางดำ” ราคาจับขายจากธรรมชาติ 7-10 บาท/กก. (ไม่ต้องเสียเงินค่าเลี้ยง) เอามาแปรรูปเป็น “ปลาแดดเดียว” แบบทั้งตัว ได้ราคา 80-90 บาท/กก. ถ้าแล่เฉพาะเนื้อ จะอยู่ที่ 160 บาท/กก. สร้างรายได้งาม ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ได้เลยครับ ช่วยกันจับเจ้า “เอเลี่ยนสปีชีส์” นี้กินให้เกลี้ยงครับ





