ธปท.อีสาน เปิดตัวเลข “คนละครึ่ง พลัส” กระตุ้นการใช้จ่าย 2.7 หมื่นล้าน

ธปท.สาขาภาคอีสาน เปิดตัวเลข “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในพื้นที่ภาคอีสาน 2.7 หมื่นล้านบาท เป็นรองแค่ กทม. หนุนจีดีพีภูมิภาคขยับขึ้นราว 1.3% - เตือน ถ้าปี 2569 ไม่มีมาตรการใหม่มาเสริม อาจเห็นการชะลอตัวของภาคบริโภคและเศรษฐกิจโดยรวม

(4 พ.ย. 68) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีแรกของปี 2568 ทรงตัว โดยมีแรงสนับสนุนจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยว และการเร่งส่งออกของผู้ประกอบการก่อนมาตรการภาษีของสหรัฐฯ (“ภาษีทรัมป์”) แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งปีหลังโดยเฉพาะไตรมาสที่ 3 แรงหนุนเหล่านี้เริ่มลดลง ส่งผลให้ภาคการบริโภค การผลิต และการลงทุนชะลอตัว

.

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสที่ 4 มีมาตรการภาครัฐเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและหมุนเวียนเงินในระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเม็ดเงินรวมของโครงการอยู่ที่ 66,000 ล้านบาท เฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือคิดเป็นราว 18,000-19,000 ล้านบาท หรือประมาณ 28% ของวงเงินทั้งหมด และเมื่อรวมเงินสมทบจากประชาชน คาดว่ามีการใช้จ่ายรวมในภาคอีสานประมาณ 27,400 ล้านบาท คิดเป็น 1.3% ของจีดีพีภูมิภาค

.

นายทรงธรรมกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปลายปี เช่น ลอยกระทงและปีใหม่ จากข้อมูลพบว่า เพียง 5 วันแรกของโครงการ (29 ต.ค.–2 พ.ย.) มียอดการใช้จ่ายทั่วประเทศกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่ภาคอีสานมียอดใช้จ่ายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร

.

ทั้งนี้ ธปท.อีสานประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไตรมาส 4 จะขยับดีขึ้นจากอานิสงส์โครงการคนละครึ่งพลัส แต่เมื่อสิ้นสุดโครงการในปี 2569 หากไม่มีมาตรการกระตุ้นใหม่ๆ ต่อเนื่อง ภาคการบริโภคมีแนวโน้มกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะภาคเกษตรที่แม้ผลผลิตจะดีขึ้น แต่ราคาสินค้าหลักยังตกต่ำ เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และข้าว เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างอินเดียและเวียดนามกลับมาส่งออกข้าวได้มากขึ้น ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 อาจเติบโตได้จำกัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธปท.อีสาน เปิดตัวเลข “คนละครึ่ง พลัส” กระตุ้นการใช้จ่าย 2.7 หมื่นล้าน | Workpoint News