เตรียมรับค่าไฟไตรมาส 4 กกพ.จ่อปรับขึ้น 4.65-6.01 บาท/หน่วย

ข่าวเวิร์คพอยท์
เตรียมรับค่าไฟไตรมาส 4 กกพ.จ่อปรับขึ้น 4.65-6.01 บาท/หน่วย

กกพ.เปิดรับฟังความเห็นประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ถึงแผนการปรับค่าเอฟทีงวดปลายปี ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟของไตรมาสสุดท้ายจะมีการปรับขึ้นเป็น 4.65 - 6.01 บาทต่อหน่วย เผยปัจจัยที่ต้องปรับเพราะ ค่าเงินอ่อน-ต้นทุนการผลิตสูง

(12 ก.ค. 67) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่า Ft งวดสุดท้ายของปี ที่จะมีการปรับขึ้นขึ้นในระดับ 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย โดยที่ทาง กกพ. ได้วางแนวทางการปรับไว้ 3 แนวทาง คือ

  1. คำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างทั้งหมด จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.01 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 44% จากค่าไฟปัจจุบันที่อยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย
  2. กรณีจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 3 งวด ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.92 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่ม 18% จากงวดปัจจุบัน
  3. กรณีจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 6 งวด ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.65 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่ม 11% จากงวดปัจจุบัน
เตรียมรับค่าไฟไตรมาส 4 กกพ.จ่อปรับขึ้น 4.65-6.01 บาท/หน่วย

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่าการปรับขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงกระทบกับราคาซื้อก๊าซธรรมชาติ, แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นจากความต้องการของตลาดโลกเนื่องจากกำลังจะเข้าหน้าหนาว, ภาระหนี้ที่ กกพ.ต้องชำระคืนให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 98,495 ล้านบาท

ทั้งนี้ กกพ. ในการประชุมครังที่ 28/2567 (ครังที่ 913) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 มีมติรับทราบ ภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจริงประจารอบเดือน ม.ค. - เม.ย. 2567 และเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีสำหรับงวดเดือน ก.ย - ธ.ค. 2567 พร้อมให้สำนักงาน กกพ. นำค่าเอฟทีประมาณการและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึนจริงของ กฟผ. ไปรับฟังความคิดเห็นในกรณีต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์สานักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 12 – 26 กรกฎาคม 2567 ก่อนที่จะมีการสรุป และประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

ที่มา: https://www.erc.or.th/th/news-release/3088

ข่าวที่เกี่ยวข้อง