จุลพันธ์‘ ยัน "ดิจิทัลวอลเล็ต" เสร็จทัน พ.ค.นี้ หลัง 'กฤษฎีกา' ไฟเขียว ออก พ.ร.บ.เงินกู้ ได้ แต่มีข้อเสนอแนะ "เป็นวิกฤต - คุ้มค่า" หรือไม่

AdminNews
จุลพันธ์‘ ยัน "ดิจิทัลวอลเล็ต" เสร็จทัน พ.ค.นี้ หลัง 'กฤษฎีกา' ไฟเขียว ออก พ.ร.บ.เงินกู้ ได้ แต่มีข้อเสนอแนะ "เป็นวิกฤต - คุ้มค่า" หรือไม่

"ดิจิทัลวอลเล็ต" เสร็จทัน พ.ค.นี้ หลัง 'กฤษฎีกา' ไฟเขียว ออก พ.ร.บ.เงินกู้ ได้

จุลพันธ์‘ ยัน "ดิจิทัลวอลเล็ต" เสร็จทัน พ.ค.นี้ หลัง 'กฤษฎีกา' ไฟเขียว ออก พ.ร.บ.เงินกู้ ได้ แต่มีข้อเสนอแนะ "เป็นวิกฤต - คุ้มค่า" หรือไม่

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 67 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบคำถามของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าสามารถออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาทได้ แต่มีข้อสังเกต และข้อเสนอแนะให้ปฏิบัติตามมาตรา 53 และมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ในเรื่องของความคุ้มค่า เพราะจะต้องมีการประเมินผลได้ทั้งก่อน และหลังโครงการว่า กลไกที่จะเป็นไปตามข้อกฎหมายตามมาตรา 53 คือเรื่อง ‘เป็นวิกฤตหรือไม่’ ซึ่งก็เป็นภาระหน้าที่ของทางกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการนโยบายจะดำเนินการให้ครบถ้วน 

ส่วนที่สองที่มีข้อเสนอแนะ คือเรื่องของการให้รับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน ซึ่งก็คงจะต้องพิจารณาสิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้ และคงจะต้องมีการเชิญประชุมคณะกรรมการนโยบาย เพื่อที่จะเชิญทุกฝ่ายมา แล้วก็คงต้องขอให้เลขาธิการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการให้นำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อให้ทุกคนทราบถึงคำตอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา และสรุปให้ที่ประชุมฟังด้วยว่า ในความเห็นนั้นๆ มีความหมายเช่นไร และควรจะดำเนินการเช่นไรต่อ จากนั้นกรรมการนโยบายคงจะต้องมีมติว่าเราจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ที่ทำได้ แต่เมื่อมีข้อเสนอแนะมา เราต้องรับฟัง

ทั้งนั้น รัฐบาลยังพยายามยืนยันว่า กรอบเวลาจะต้องเป็นไปตามกรอบเดิม คือเป้าหมายเดิมในเดือน พ.ค. ขณะนี้ ยังไม่มีเหตุให้เลื่อน

เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กลไกของดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่โครงการสงเคราะห์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อให้ภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยกลับไปสู่ระดับการเติบโตที่เต็มศักยภาพ นี่คือจุดมุ่งหมายของรัฐบาล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังยังกล่าวถึง อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นว่า เราก็ได้แสดงความเป็นห่วงตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่า มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นที่ค่อนข้างเร็ว และสูง ซึ่งเกิดกระทบกับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง เมื่อมีตัวเลขในเรื่องของผลกำไรของกลุ่มธนาคาร ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นภาระที่ตกกับประชาชน แต่แน่นอนว่า กลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมันแบ่งแยกกัน ทั้งส่วนของรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย

ส่วนกรณีที่ สว.จะขอยื่นอภิปรายแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ในประเด็นเรื่องเงินดิจิทัลนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิและหน้าที่ ซึ่งตนยินดี เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจง และทำความเข้าใจอยู่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง