ชาวนา อ.ทรายพูน จ.พิจิตร สะท้อนใจนาข้าวขาดน้ำหนักสุดในรอบ 40 ปี ลงทุนไป 3 แสนต้องสูญ หวังฝนตกทันกลางเดือนนี้ ให้ 7 อ. เมืองชาละวันพ้นแล้ง

ชาวนา อ.ทรายพูน จ.พิจิตร เผย แล้งหนักสุดในรอบ 40ปี ทำนาข้าวหอมมะลิทยอยยืนต้นตาย ทุนไป 3 แสนอาจต้องสูญเหลือแต่หนี้ ธกส. หวังฝนตกลงมาภายในกลางเดือนนี้ ให้ชาวนา 7 อ. ใน จ.พิจิตรได้ข้าวบ้าง
สภาพต้นข้าวหอมมะลิ ที่เคยสีเขียวรอตั้งท้องออกรวง กลับสภาพแห้งเหี่ยวกลายเป็นสีน้ำตาลทยอยยืนต้นตาย หลังจากชาวนา ต.หนองพระ อ.ทรายพูน จ.พิจิตร ทำการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝน แต่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดน้ำ จากฝนหยุดตกเป็นเวลานาน แหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดลง หากยังไม่มีฝนในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ จะทำให้ข้าวทั้งหมดที่ทำการเพาะปลูก 100 ไร่ ลงทุนไปกว่า 3 แสนบาท จากการกู้ ธกส.และแหล่งเงินกู้อื่นๆ ต้องเสียหายทั้งหมด โดยการทำนาในรอบนี้ถือว่า เผชิญปัญหาข้าวขาดน้ำหนักสุดในรอบ 40 ปี

นางน้ำผึ้ง กะโห้ ชาวนา ต.หนองพระ ระบุว่า จากที่เริ่มทำนามีฝนตกลงมา แต่หลังจากนั้นฝนหยุดตกมานานนับ 2 เดือน ทำให้ต้นข้าวเริ่มยืนต้นตายจากขาดน้ำ ซึ่งข้าวหอมมะลิมีอายุในการเพาะปลูก คือ หากไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงได้ทันในช่วงนี้ข้าวก็จะไม่ตั้งท้องออกรวงแล้ว ดังนั้น หากฝนไม่ตกลงมาจะทำให้ข้าวเสียหายยืนต้นแห้งเหี่ยวตายทั้งหมด และจะต้องเสียเงินที่ลุงทุนกว่า 3 แสนบาท ซึ่งถือว่า ในปีนี้แล้งหนักสุดในรอบ 40 ปี

สำหรับนาข้าวซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิ อยู่นอกเขตชลประทานจำนวนกว่า 3 หมื่นไร่ ในทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดพิจิตร คือ อ.สากเหล็ก ,อ.วังทรายพูน , อ.ทับคล้อ , อ.ดงเจริญ , อ.วชิรบารมี , อ.ตะพานหิน และ อ.เมืองพิจิตร ที่ล้วนกำลังประสบปัญหาต้นข้าวแห้งเหี่ยวทยอยยืนต้นตายจากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานานเช่นกัน




