แม่น้ำโขงแห้งเหลือ 2.2 เมตร สันดอนทรายโผล่ กระทบเดินเรือไทย-ลาว

บึงกาฬน้ำโขงแห้งเหลือ 2.2 เมตร สันดอนทรายโผล่ กระทบการเดินเรือไทย-ลาว ต้องวิ่งอ้อมไกลจากเดิม 3 เท่า ทำสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
10 ม.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่แห้ง จนส่งผลกระทบต่อการเดินเรือทุกชนิด เพราะเกิดเนินทรายขนาดใหญ่โผล่ขึ้นในแม่น้ำโขง ทำให้ผู้ประกอบการชาว สปป.ลาว ได้ใช้เครื่องจักรกลทั้งรถแบคโฮ รถตัก และรถบรรทุก ลงขุดทรายในแม่น้ำโขงขึ้นไปขาย และนำไปก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ

โดยเช้าวันนี้ ที่บริเวณจุดวัดระดับน้ำในแม่น้ำโขง บ้านพันลำ ม.2 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ พบว่าระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 2.20 เมตร ลดลงจากวานนี้ 18 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 11.80 เมตร ระดับน้ำที่ลดลงยังทำให้เกิดสันดอนทรายกลางแม่น้ำโขงหลายจุด ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือรับส่งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้าระหว่างไทย-ลาว ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนศุลกากรบึงกาฬ ซึ่งตรงกันข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ทำให้ประชาชนของทั้งสองฝั่งที่จะต้องอาศัยเรือโดยสารขนาดเล็ก ข้ามฟากไปมาหาสู่กัน ตลอดจนการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้น เพราะเรือโดยสารต้องวิ่งอ้อมสันดอนทรายกลางแม่น้ำโขง การเดินเรือไกลขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัว และยังสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการเรือโดยสาร ทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว

นอกจากนี้ ที่บริเวณด่านศุลกากรบึงกาฬ บ้านพันลำ ม.2 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าชายแดนที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.บึงกาฬ ระดับน้ำที่ลดลงทำให้การเทียบท่าของแพขนานยนต์ ลำบากมากยิ่งขึ้นเพราะท่าเรือลาดชัน โดยเฉพาะรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามแดนที่จะขึ้นและลงแพขนานยนต์ ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพื่อป้องกันสินค้าได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังเสียเวลาในการขึ้นลงแพ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ประจำแพคอยอำนวยความสะดวก และแนะนำการขึ้นลงแพเพื่อความปลอดภัย




