ชาวสวนร้องแล้งนี้ต้องซื้อน้ำมาประคองสวน บางที่หมดหลักแสน

ชาวสวนทุเรียนจันทบุรีบอกแล้งปีนี้หนักกว่าปีก่อน ต้องซื้อน้ำเที่ยวละ 1,500-2,000 บาท มาเลี้ยงประคองต้นทุเรียนไว้ไม่ให้แห้งตาย บางสวนเสียค่าน้ำปีละครึ่งล้าน
(2 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พูดคุยกับชาวสวนทุเรียนถึงสถานการณ์ในช่วงหน้าแล้งนี้ โดย น.ส.รติรัตน์ ชาวสวนรายหนึ่งเล่าว่าช่วงหน้าแล้งเช่นนี้เป็นช่วงที่ตนเดือดร้อนมาก ต้องซื้อน้ำมาใช้ในสวน โดยตนซื้อมาเป็นปีที่ 4 แล้ว แต่ปีนี้หนักกว่าปีก่อนๆ มาก โดยปีนี้ต้องสั่งน้ำมารดที่สวน 3 วันแล้ว วันละ 3-5 เที่ยว ส่วนสวนข้างๆ ซื้อน้ำวันละ 10 เที่ยว แต่ละปีตนเสียเงินค่าน้ำหลักแสนบาท
ขณะที่นายมานะ ชาวสวนอีกคนให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่าขณะนี้ชาวบ้านต้องลงทุนทั้งเครื่องสูบน้ำ ทั้งรถบรรทุกน้ำ เสียค่าใช้จ่ายการซื้อน้ำแต่ละเที่ยวตั้งแต่ 1,500 บาทจนถึง 2,000 บาท แล้วแต่ระยะทางใกล้ไกล บางสวนใช้มากถึงวันละ 20 เที่ยว ชาวบ้านที่ซื้อน้อยสุดก็ต้องมีอย่างน้อยวันละ 2 เที่ยว ชาวบ้านบางส่วนต้องจ่ายค่าน้ำมากถึง 5 แสนบาทต่อปีก็มี โดยพื้นที่นี้จะเดือดร้อนสุดก็คือ หมู่ 7 และหมู่ 14 ตำบลทุ่งเบญจา ตนเองอยากให้ผู้ว่าฯประกาศภัยแล้ง และให้หน่วยงานจาก ปภ. และชลประทาน ช่วยนำเครื่องสูบน้ำมาช่วยชาวสวน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องภัยแล้งแต่ยังไม่เห็นมีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือประชาชนเลย

สำหรับน้ำที่ชาวบ้านซื้อมารดที่สวนเพื่อประคองต้นทุเรียนในสวนให้อยู่รอดนั้น จากการสอบถามข้อมูลทราบว่าในพื้นที่ ต.ทุ่งเบญจานี้มีรถน้ำรับขนส่งน้ำจากสะพานคลองโตนด มาถึงสวนของชาวบ้าน จำนวนราว 40 คัน โดยรถทั้งหมดมาจากพื้นที่ จ.ชลบุรี รับจ้างขนส่งน้ำคิดราคาเที่ยวละ 1,500 - 2,000 บาท แล้วแต่ระยะทาง
โดยรถ 1 คันสามารถบรรทุกน้ำได้เที่ยวละ 18,000 ลิตร สูบน้ำมาจากคลองโตนด แต่ละสวนจะสั่งน้ำ 5-10 เที่ยวต่อวัน




