ปธ.อุตสาหกรรมตรัง ชี้รัฐขึ้นค่าไฟกระทบอย่างน้อย 10 กลุ่มอุตสาหกรรม วอนทบทวนใหม่

ปธ.อุตสาหกรรมตรัง ชี้รัฐขึ้นค่าไฟกระทบอย่างน้อย 10 กลุ่มอุตสาหกรรม วอนทบทวนใหม่ หวั่นกระทบปชช.ผู้บริโภค
(14ธ.ค.66) นายธนพจน์ ศุภศรี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง และเป็นกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐจะปรับค่าไฟไปที่ 4.68 บาทต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ไฟฟ้าเป็นต้นทุนสำคัญของครัวเรือน รวมทั้งภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว ธุรกิจ SME ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอัตราค่าไฟที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด
นายธนพจน์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของภาคเอกชนที่มาจากภาคอุตสาหกรรมไม่เห็นด้วยอัตราค่าไฟ 4.68 บาทต่อหน่วย เพราะค่อนข้างจะสูง จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประเภทการผลิตอย่างมาก แต่หากปรับไปอยู่ประมาณ 4.20 บาทต่อหน่วย พอรับได้ ในภาคอุตสาหกรรมเองนั้น สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปกติจะมีอยู่ 46 กลุ่มอุตสาหกรรม แต่ที่กระทบหนักแน่ ๆ จำนวน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ต้นทุนด้านไฟฟ้าประมาณ 50% เป็นหลักในต้นทุนการผลิต ในการปรับค่าไฟเพิ่มขึ้น
นายธนพจน์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายผลกระทบจะไปตกที่ผู้บริโภคเพราะภาคเอกชนด้านการผลิตก็ต้องไปปรับราคาต้นทุนสินค้า จึงอยากให้รัฐได้ทบทวนการคิดอัตราด้านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้พยายามเสนอรัฐบาลมาโดยตลอดในรอบปีนี้ ว่าให้รัฐทบทวนด้านโครงการสร้างพลังงานเช่น ก๊าซธรรมชาติที่นำมาผลิตไฟฟ้ามีอัตราต้นทุนที่แท้จริงเท่าไหร่ รวมทั้งค่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นก็จะกระทบต่อภาคการผลิต รวมทั้งผู้บริโภค
นายธนพจน์ กล่าวด้วยว่า จากการติดตามผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนล่าสุด อัตราค่าไฟที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 2.70 - 3.30 บาทต่อหน่วย ซึ่งนำเสนอรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งเป็นราคาที่ภาคเอกชนรับได้ รัฐก็ควรไปดูที่โครงสร้างพลังงานว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ตามที่ภาคเอกชนเสนอ อย่างไรก็ตามตามที่นายกรัฐมนตรีท้วงติงว่า 4.68 บาทต่อหน่วยแพงเกินไป แต่หากมาอยู่ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 5% แม้ภาคเอกชนจะไม่อยากรับ แต่ก็พอรับได้ดีกว่ากระโดดไปอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย
"อย่างน้อยได้ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในปีหน้า เพราะรัฐทิศทางของเศรษฐกิจในปีหน้าจะมีการชะลอตัว อยากให้รัฐทบทวนโครงสร้างอัตราพลังงานตามที่ภาคเอกชนเสนอ เพราะในปีหน้าทั้งค่าไฟ และค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐกำลังดำเนินการจะจะเพิ่มให้ได้ จะต้องเป็นภาระต้นทุนของภาคธุรกิจและส่งผลต่อผู้บริโภคแน่นอน" นายธนพจน์ กล่าว




