ชาวอยุธยานับพันรำถวาย “พระเจ้าอู่ทอง” ก่อนเปิดงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก

ชาวอยุธยาจาก 16 อำเภอ กว่า 1,700 คน รำบวงสรวงพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนเปิดงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ประจำปี 2566
13 ธ.ค. 2566 ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมทำพิธีก่อนจะเริ่มการจัดงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 15-24 ธันวาคม ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี 2534 จากองค์การยูเนสโก

โดยจะมีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในการจัดงาน รวมถึงเป็นการบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชาวพระนครศรีอยุธยา และได้ยึดถือปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี
จากนั้น นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กว่า 1,700 คน สวมใส่ชุดไทยรำถวายประกอบการพิธีบวงสรวง ด้วยเพลง “ยอยศพระรามาธิบดีที่ 1” ซึ่งเป็นเนื้อเพลงบวงสรวงที่กล่าวถึงพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) การกำเนิดของกรุงศรีอยุธยา ศิลปวัฒนธรรม และการทำมาค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น

ทั้งนี้ช่วงเช้า นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด ประกอบด้วย ศาลหลักเมืองอยุธยามหาปราสาท บวงสรวงสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) และพระบรมสารีริกธาตุ เป็นปฐมฤกษ์ก่อนการจัดงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ประจำปี 2566
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในปีนี้พิเศษกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากครบ 32 ปี ที่ยูเนสโก้ยกย่องให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 แห่งการเป็นเมืองมรดกโลก โดยกำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 ธันวาคม 2566 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการตอกย้ำให้โลกรู้ว่าอยุธยามีดี ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีไทย พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมขอเชิญชวนแต่งกายผ้าไทยร่วมประกาศความเป็นเมืองมรดกโลกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา





