ชาวสวนยางเห็นด้วยนโยบายพักหนี้ แต่ควรแก้ต้นเหตุที่ราคาตกต่ำด้ว

ชาวสวนยางเห็นด้วยพักหนี้เกษตรกร แต่ควรแก้ที่ต้นเหตุราคาตกต่ำมากกว่า หากราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นอยู่ในจุดที่คุ้มทุน เกษตรกรก็สามารถอยู่ได้ และได้มีเงินใช้หนี้ด้วยตัวเอง เผยฟังแถลงรัฐบาล 2 วันไม่ได้ยินนโยบายแก้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
(13 ก.ย. 66) เกษตรกรชาวสวนยางทุกคน เห็นด้วยนโยบายรัฐบาลพักหนี้เกษตรกร แต่ควรพักทั้งต้นและดอก ไม่ใช่พักเฉพาะต้น แต่ดอกเบี้ยยังเคลื่อนไหว ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ในการพักชำระหนี้ แต่ทางที่ดีสำหรับเกษตรกร ระบุว่า รัฐควรแก้เรื่องราคาให้สูงขึ้นจะดีกว่า เช่น ราคายางพาราที่ผ่านมาตกต่ำต่อเนื่องมายาวนาน เหลือประมาณกก.ละ 36 -42 บาท และล่าสุด ในวันนี้ราคาน้ำยางสดกก.ละ 45 บาท ซึ่งก็ยังต่ำกว่าต้นทุน (ซึ่งต้นทุนขณะนี้ประมาณกก.ละ 60 บาท) โดยรัฐควรแก้ที่ราคาอย่าให้ต่ำกว่ากก.ละ 60 บาท เกษตรกรก็พอสามารถอยู่ได้ และมีเงินใช้หนี้ โดยไม่ต้องถึงกก.ละ 80 บาท หรือ 100 บาทก็ได้
นายสุชาติ เกษตรกรชาวสวนยาง บอกว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลมีนโยบายพักหนี้เกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางรายเล็ก ๆ เนื้อที่ไม่กี่ไร่ รวมทั้งลูกจ้างกรีดยางจะเป็นหนี้จำนวนมาก ยกเว้น เจ้าของสวนรายใหญ่ที่มีสวนจำนวนมากจะไม่มีหนี้
ทั้งนี้ รัฐควรจะแก้ที่ปัญหาราคาตกต่ำมากกว่าอย่างน้อยกก.ละ 50 บาทขึ้นไป แต่เท่าที่ติดตามรับฟังข่าวสารการแถลงนโยบายพบว่า รัฐบาล รวมทั้งรมว.พาณิชย์ไม่ได้พูดถึงการแก้สินค้าราคาเกษตรตกต่ำที่จริงจังชัดเจนว่าจะแก้อย่างไร เช่น ราคายาง ราคาปาล์ม และสินค้าเกษตรชนิดอื่น ๆ ด้วย รวมทั้งผลไม้ เช่น มังคุดที่ราคาตกต่ำ
นอกจากนั้นเวลาแถลงนโยบายแล้วก็อยากให้ทำให้ได้จริงๆไม่ใช่พูดแล้วไม่ทำ ต้องพูดจริงทำจริง แต่ที่ผ่านมาหลังแถลงนโยบายผ่านไปแล้วก็จะเงียบ แก้ไม่ได้ ส่วนนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม่ควรจำกัด 4 กม.เพราะสภาพพื้นที่ชนบทไม่มีร้านค้าให้ใช้จ่าย รัฐบาลจะต้องขยายพื้นที่ทบทวนแนวทางให้ประชาชนใช้จ่ายได้คล่องตัว




