เช็กด่วน! อุตุฯ ประกาศ ฉ.2 พายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย

เช็กด่วน! อุตุฯ ประกาศ ฉ.2 พายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 4 ภาค รวมถึง กทม.
(22ก.ย.68) เวลา 23.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ “รากาซา”และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 2 (250/2568) ระบุว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันนี้ (22ก.ย.68) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” ทางตอนบนของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนที่ลงทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะฮ่องกง และเคลื่อนผ่านแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน ผ่านเกาะไหหลำเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 ก.ย. 68 และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ย. 68
จากอิทธิพลของพายุ“รากาซา”ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 23 – 26 ก.ย. 68 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24–26 ก.ย. 68
ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่
เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th
โทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น.

ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา
ข่าวเวิร์คพอยท์23




