แม่น้ำยมสายเก่า เริ่มล้นท่วมบ้านริมตลิ่ง ต.ท่าช้าง ชาวนาบางระกำโมเดล เร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม

แม่น้ำยมสายเก่า สูงขึ้นกว่า 1 เมตร ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนสองฝั่งแล้ว หลังมีการผันน้ำลงแม่น้ำน่าน ลดวิกฤตสุโขทัย ทางการเร่งป้องกันไม่ให้ท่วมทุ่งบางระกำ ขณะชาวนาไม่มั่นใจ เร่งเกี่ยวให้เสร็จแม้ข้าวยังไม่สุกเต็มที่
(29 ก.ค.68) ที่แม่น้ำยมสายเก่า หรือ คลองเมม ช่วงไหลผ่าน ต.วังขี้เหล็ก อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีน้ำระบายมาจาก จ.สุโขทัย เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นแผนการระบายน้ำของกรมชลประทาน เพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำน่านให้เร็วที่สุด ลดภาวะวิกฤตน้ำท่วมสุโขทัย ทำให้ จ.สุโขทัย ทุกพื้นที่น้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย แต่น้ำกลับมาเอ่ออยู่ในแม่น้ำยมสายเก่า และชลประทาน ก็ได้เร่งระบายออกสู่แม่น้ำน่าน ไปตามคลอง DR.2.8 ให้ได้ภายใน 2 วัน ที่เหลือจากเงื่อนเวลาที่กำหนด
โดยเขื่อนสิริกิตต์ ลดการระบายน้ำแม่น้ำน่านให้ต่ำกว่าแม่น้ำยมตอนนี้ แต่ก็ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำยมสายเก่า หลายหลังคาเรือน

อย่างเช่น บ้านของนายบรรจง (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ชาวบ้านหมู่ 12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม เจ้าตัวกล่าวว่า น้ำหลากมาตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาน้ำท่วมบ้านสูงแล้ว รีบขนย้ายข้าวของหนีน้ำแทบไม่ทัน
ส่วนบ้านของ นางบุญยืน (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านหมู่ 12 ต.ท่าช้าง บอกว่า น้ำขึ้นเร็วมาก ต้องขนย้ายข้าวของหนีน้ำช่วงกลางคืน และยังเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ไม่หยุด และยังมีบ้านอีกหลายหลังต้องประสบภัย

โดย อบต.ท่าช้าง และกำนัน ต.ท่าช้าง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อหาทางช่วยเหลือ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งดังกล่าว ในขณะที่น้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า เริ่มเอ่อท่วมพื้นผิวการจราจรบางแห่งแล้ว ส่วนเกษตรกรไม่ไว้ใจเหตุการณ์ ที่ทางการจะช่วยทำคันกั้นน้ำไม่ให้ไหลข้ามฝั่งเข้าสู่ทุ่งบางระกำโมเดล ที่มีข้าวอยู่เต็มทุ่งนา ได้ว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวมาจำนวน 9 คัน ทำการเร่งเกี่ยวข้าวที่ยังสุกไม่เต็มที่
ซึ่งความจริงแล้ว ข้าวทั้งหมดในทุ่งนา ต้องรออีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะแก่เต็มที่ แต่ชาวนาต้องเร่งเก็บเกี่ยวเพื่อนำข้าวไปขายก่อน ดีกว่าทิ้งให้จมน้ำ และไม่มั่นใจว่าทางการจะป้องกันน้ำท่วมได้ ซึ่งตามกำหนดจะต้องเกี่ยวข้าวก่อน 15 ส.ค.68 นี้ แต่น้ำปีนี้มาก่อนแผนที่ทางการวางไว้ ทำให้ชาวนาในทุ่งบางระกำโมเดล ต้องเสียโอกาสอีกครั้ง - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน





