6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน - ดินโคลนถล่ม - คลื่นลมแรง

ข่าวเวิร์คพอยท์
6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน - ดินโคลนถล่ม - คลื่นลมแรง

ปภ.แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน - ดินโคลนถล่ม - คลื่นลมแรง ช่วง 3-8 มิ.ย. นี้

(3 มิ.ย. 69) เวลา 10.30 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้มีประกาศฉบับที่ 7 (21/2569) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 2 - 4 มิถุนายน 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และคาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 2 - 8 มิถุนายน 2569 ว่า บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักได้ โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 3 - 8 มิถุนายน 2569 แยกเป็น

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม 6 จังหวัด ได้แก่

  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง 4 จังหวัด ได้แก่

  • ระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์)
  • พังงา (อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี)
  • ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
  • กระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ คลองท่อม เกาะลันตา เหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป 

ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง