ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งเป็นวันที่ 4 ผู้นำท้องถิ่นซัดเพราะคนมักง่าย

ข่าวเวิร์คพอยท์
ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งเป็นวันที่ 4 ผู้นำท้องถิ่นซัดเพราะคนมักง่าย

เข้าวันที่ 4 แล้ว ไฟไหม้ป่าพรุ “ควนเคร็ง” ยังโหมหนัก ชาวบ้าน-หน่วยงานในพื้นที่ระดมช่วยกันดับ ผู้นำท้องถิ่นระบุยุคนี้ไม่มีเผาป่ายึดที่ดินทำกินแล้ว คาดสาเหตุเพราะคน “มักง่าย-สะเพร่า”

(15 ส.ค. 69) เข้าสู่วันที่ 4 สถานการณ์ ไฟป่าพรุควนเคร็ง พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ในตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในเขตรับพื้นที่ชอบของเขตห้ามล่าพันธ์สัตว์ป่าบ่อล้อ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แนวไฟยังคงลุกลามเข้าทำลายพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งตั้งอยู่รอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง

.

ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นพื้นที่ความเสียหายอย่างกว้างขวางหลายร้อยไร่ หรืออาจมากกว่าพันไร่แล้ว โดยแนวไฟยังคงขยายวงอย่างต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด นายปราโมทย์ คงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลเคร็ง ได้เข้าให้การช่วยเหลือลุกบ้านอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งชาวบ้านได้ช่วยกันระดมลงแรงลงแขกเข้าดับไฟไม่ให้ลุกลามเข้าพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านแต่ละรายอยู่ในสภาพอ่อนล้าอย่างหนักจากพยายามดับไฟไม่ให้เข้าพื้นที่ของตัวเองตั้งแต่หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา 

.

ขณะที่ นายธเนศวร์ คงหอม ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยนครศรีธรรมราช ได้ประสานงานระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งจากกองทัพภาคที่ 4 นำรถน้ำและกำลังพลที่เข้าทำการควบคุมไฟ โดยเน้นไปที่แนวไฟที่กำลังเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่อาศัยเป็นลำดับแรก

.

นายธรรมนูญ คงจันทร์ นายก อบต.เคร็ง อำเภอชะอวด ระบุว่าแนวไฟได้เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 วันก่อน สถานการณืได้ลุกลามไปหลายหมู่บ้านจากจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงลำบากทำให้ไฟกระจายตัว ประกอบกับมีลมพัดแรงทำให้ควบคุมไฟลำบาก นอกจากนั้นด้วยสภาพลมแรงยิ่งหอบไฟไปได้เร็วมากขึ้น แม้มีถนนกั้นกลางอยู่ลมหอบไฟลุกลามข้ามถนนได้โดยง่าย

.

ส่วนสาเหตุนั้นนายก อบต.เคร็งยืนยันว่าการเผาป่าให้เสื่อมโทรมเพื่อยึดครองพื้นที่นั้นยุคนี้ไม่มีแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากความสะเพราะมักง่าย เช่น กลุ่มหาของป่า หรือกลุ่มเก็บกระจูดไปก่อไฟหรือใช้ไฟในการตีผึ้ง หรือก่อไฟต้มน้ำต้มกาแฟในพื้นที่ป่าแล้วดับไม่สนิท หรือไม่ระวังทำให้ไฟลุกลาม ในพื้นที่ไม่มีไฟป่ามาอย่างน้อย 3 ปีแล้ว พืชต่างๆโดยเฉพาะพืชหน้าดินขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นทำให้ไฟลุกลามได้เร็วและง่าย  ประกอบกับไม่มีน้ำขังทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

.

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ระดมกำลังและทรัพยากรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมเข้าให้การช่วยเหลือ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง