น้ำป่าหลากท่วมกลางดึก กู้ภัยช่วยชายชราติดเกาะกลางสวน

น้ำป่าทะลักถล่ม อ.พร้าว กลางดึก กู้ภัยพร้าววังหินนำเรือท้องแบบ ออกช่วยชายชราติดเกาะอยู่ภายในสวน
(31 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 23.42 น. ของคืนวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 ทางศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจาก นายอาทิตย์ เป็งด้วง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสันทราย ว่าภายหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้ น้ำป่าไหลหลากจากขุนน้ำแม่งัด ได้เข้าเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มริมลำน้ำหลายแห่งในตำบลสันทราย โดยเฉพาะพื้นที่ บ้านห้วยป่าไร่ บ้านหนองปิด และบ้านหนองครก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
.
โดยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงเกิดขึ้นบริเวณสวนท้ายหมู่บ้านหนองครกของนายพรชัย อายุ 60 ปี ได้เข้าไปพักภายในกระต๊อบกลางสวนริมลำน้ำแม่งัด เพื่อเฝ้าพืชผลทางการเกษตรแต่ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว จนระดับน้ำล้อมรอบสวนและเกือบถึงกระต๊อบกลางสวน ทำให้ไม่สามารถเดินหนีออกมาได้ทันซึ่งครอบครัวเกรงว่า หากกระแสน้ำยังคงเพิ่มระดับและไหลเชี่ยวอาจพัดพานายพรชัยสูญหายไปกับกระแสน้ำได้ จึงรีบแจ้งฝ่ายปกครองและองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อขอการสนับสนุนจากศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินเข้าช่วยเหลือ
.
โดยหลังจากที่รับแจ้งทางพระครูปรีชาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งหลวง เจ้าคณะตำบลเวียง–ทุ่งหลวง และประธานศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน ได้สั่งการให้อาสาสมัครกู้ภัยนำเรือยนต์ท้องแบนพร้อมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำออกปฏิบัติการช่วยเหลือโดยทันทีแม้จะเป็นเวลากลางดึก ท่ามกลางฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวรุนแรงตลอดเวลา
.
เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการควบคุมเรือฝ่ากระแสน้ำที่ไหลแรงเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ ก่อนสามารถเข้าถึงตัวนายพรชัย และช่วยนำออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัย ก่อนลำเลียงกลับขึ้นฝั่งและส่งกลับไปยังบ้านพักซึ่งอยู่ห่างจากลำน้ำ ใช้เวลาปฏิบัติภารกิจทั้งขาไปและขากลับประมาณ 30 นาที ท่ามกลางความโล่งใจของครอบครัวและชาวบ้านที่เฝ้าติดตามสถานการณ์
.
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้สอดคล้องกับการประกาศเตือนของหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา ซึ่งได้แจ้งว่า จังหวัดเชียงใหม่ยังคงได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมกำลังแรงและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาและพื้นที่ติดลำน้ำ ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมหลีกเลี่ยงการพักอาศัยหรือทำกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยงในช่วงที่มีฝนตกหนักนี้ด้วย




