“ปลาหมอคางดำ” คุกคามหนัก จับได้เป็นร้อยกิโลกรัมทุกวัน

“ปลาหมอคางดำ” คุกคามระบบนิเวศน์อย่างหนัก ชาวประมงปากพนังหว่านแหได้วันละหลักร้อยกิโลกรัมทุกวัน ปลาอื่นๆ ติดมาแค่ 5-10% ส่วนปลาหมอเทศดั้งเดิมไม่เหลือให้เห็นแล้ว
(12 ก.ค. 67) การระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะแถบอำเภอหัวไทร และอำเภอปากพนัง ยังมีแนวโน้มสร้างความเสียหายให้ระบบนิเวศสัตว์น้ำท้องถิ่นอย่างหนัก ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณบ้านหัวดอน บ้านหัวหรง ตำบลขนาบนาค อำเภอปากพนัง ติดตามการจับปลาชนิดนี้ของชาวบ้านหลายครอบครัวเพื่อส่งขายให้กับแพประมงพาณิชย์ใช้เป็นปลาเหยื่อสำหรับลอบปู เหยื่อสำหรับเกี่ยวเบ็ดราว และยังนำไปแปรรูปเป็นปลาแห้ง ปลาส้ม หรือ “เคยปลา”วัตถุดิบสำหรับแกงเคยปลา อาหารขึ้นชื่อของนครศรีธรรมราช

ชาวบ้านผู้ตั้งจุดรับซื้อส่งไปยังแพปลาตามคำสั่งซื้อทุกวันระบุว่าการจับปลาหมอสีคางดำของชาวบ้านจะรวมเป็นกลุ่มเครือข่าย เนื่องจากหากจับแบบแยกย่อยจะไม่ทันเนื่องจากคำสั่งซื้อมีเป็นจำนวนมากวันละ 200-300 กิโลกรัม ต่อจุด และยังมีการสั่งซื้อแบบหน้างานโดยตรงเพื่อนำไปแปรรูปอีกหลายรายต่อวันปลาที่ได้มีอาจมากถึง 500 กิโลกรัมต่อจุดรวมปลาเพียงจุดเดียว
นายสร้อย ชาวหมู่ 7 ตำบลขนาบนาค อำเภอปากพนัง ระบุว่า การจับปลาชนิดนี้ในพื้นที่มีการจับอย่างต่อเนื่องทุกวัน คิดว่าหลายจุดรวมกันต่อวันคิดเป็นน้ำหนักหลายตัน แต่ชาวบ้านยังคงจับปลาได้เหมือนทุกวันไม่เคยมีปริมาณลดลงไปจากเดิม การจับของชาวบ้านจะใช้วิธีดักอวน คือการวางตาข่ายอวนไปในพื้นที่มีความยาวต่อปากประมาณ 30-50 เมตร ต่อปาก

เมื่อกู้อวนขึ้นมาแทบร้อยเปอร์เซ็นจะมีปลาหมอสีคางดำติดอวนมาทั้งหมด มีน้อยมากที่บางปากจะมีกุ้งขนาดใหญ่ หรือปลาพื้นถิ่นติดมาเพียงเล็กน้อยไม่กี่เปอร์เซ็น และเป็นที่น่าสังเกตว่าปลาหมอเทศ ที่กลายเป็นปลาประจำถิ่นมาหลายสิบปีเป็นแหล่งรายได้และอาหารในแหล่งน้ำกร่อยสูญหายไปจากพื้นที่หมดแล้ว เป็นการสะท้อนความหนาแน่นของประชากรสายพันธุ์นี้ขณะเดียวกันสายพันธุ์ท้องถิ่นเช่นกุ้งธรรมชาติชนิดต่างๆ ปลาพื้นถิ่นหลายชนิดมีปริมาณลดน้อยลงอย่างมากจนแทบไม่มีเลยโดยเฉพาะในแหล่งน้ำกร่อยใกล้กับทะเล

อย่างไรก็ตามสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่รับซื้อปลาหมอสีคางดำมีการสอบถามข้อมูลจากชาวบ้าน และบันทึกภาพเพื่อรายงานกรมประมง และยังมีการแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านสามารถบันทึกภาพและแจ้งพิกัดการพบปลาหมอสีคางดำในแหล่งน้ำได้ตลอดเวลา เพื่อพล็อตพิกัดแผนที่การแพร่ระบาดในนครศรีธรรมราช โดยขระนี้พบว่าการระบาดหนักอยู่ใน 2 อำเภอคือหัวไทร และปากพนัง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ประมงทุกอำเภอได้เริ่มสำรวจแหล่งน้ำต้องสงสัยทุกพื้นที่เพื่อสำรวจการมีอยู่ของปลาชนิดนี้ด้วยหรือไม่




