เขื่อนพระราม 6 ยกธงเหลือง พ้นวิกฤติ แต่น้ำยังแรงท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวัง

Tum1
เขื่อนพระราม 6 ยกธงเหลือง พ้นวิกฤติ แต่น้ำยังแรงท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวัง

เขื่อนพระราม 6 ยกธงเหลือง พ้นวิกฤติ แต่น้ำยังแรงท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวัง พบขยะจากน้ำป่าอุดประตู เจ้าหน้าที่เร่งเลื่อยเปิดทางระบายน้ำ

(7 ต.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ปรับระดับธงจาก แดง เป็นเหลือง อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง หลังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลดการระบายน้ำจาก 400.26 เหลือ 350.40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้เขื่อนพระราม 6 ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 506.29 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงได้ปรับสัญญาณธงเป็นสีเหลืองอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง แต่ประชาชนต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด น้ำเหนือเขื่อนยังมีปริมาณมาก และเฝ้าการติดตามประกาศของทางราชการเป็นระยะๆ

จากการลดระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก ที่ไหลผ่าน อ.ท่าเรือ และ อ.นครหลวง ลดลงอีก 30–50 เซนติเมตร เป็นผลดีกับประชาชนสองฝั่งริมแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อน กรมชลประทานยังได้ยกบานประตูพระนารายณ์ ที่อยู่เหนือเขื่อนทั้ง 8 บาน เพื่อเร่งพร่องน้ำลงสู่คลองระพีพัฒน์ ออกไปยังพื้นที่โครงการชลประทานฝั่งทิศตะวันออก ลดแรงกดดันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลสมทบเจ้าพระยามากเกินไปอีกด้วย

เขื่อนพระราม 6 ยกธงเหลือง พ้นวิกฤติ แต่น้ำยังแรงท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวัง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบขยะจำนวนมากทั้งท่อนซุงขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 80 เซนติเมตร , เศษบ้านเรือน , ที่นอน , หมอน , มุ้ง และวัสดุต่างๆ ไหลมากับกระแสน้ำมาสะสมติดบานประตูระบายเขื่อนพระราม 6 เจ้าหน้าที่ต้องใช้เลื่อยยนต์ตัดซุงและเคลียร์ขยะอย่างเร่งด่วน เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลสะดวก ขณะที่ประชาชนท้ายเขื่อน ยังคงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะปริมาณน้ำเหนือยังมีอีกมาก และต้องติดตามพายุฝนที่จะตกเหนือเขื่อนด้วย

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พระนครศรีอยุธยา รายงานผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 11 อำเภอ 141 ตำบล 829 หมู่บ้าน 45,371 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ในเขต อ.เสนา , อ.บางบาล และ อ.บางไทร - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

เขื่อนพระราม 6 ยกธงเหลือง พ้นวิกฤติ แต่น้ำยังแรงท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง