ผู้ว่าฯเชียงรายลงพื้นที่เชียงของ ดูสถานการณ์น้ำอิง

ข่าวเวิร์คพอยท์
ผู้ว่าฯเชียงรายลงพื้นที่เชียงของ ดูสถานการณ์น้ำอิง

ผู้ว่าฯ เชียงราย ลงพื้นที่ทันทีหลังกลับจากภารกิจด่วนที่ กทม. ดูสถานการณ์แม่น้ำอิง อ.เชียงของ หลังกรมชลนำเครื่องดันน้ำ 10 เครื่อง ดันน้ำอิงออกสู่น้ำโขง

(24 ส.ค. 67) นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการเชียงราย เดินทางด่วนไปที่บริเวณสะพานบ้านเต๋น ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย หลังจากเพิ่งกลับมาจากภารกิจเร่งด่วนที่ กทม. ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยวันนี้มีนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานกาาณ์ หลังจากที่กรมชลประทานได้นำเครื่องดันน้ำจำนวน 10 เครื่อง มาติดตั้งที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำอิง เพื่อดันน้ำอิงออกสู่แม่น้ำโขง เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว เพราะมีการปล่อยน้ำจากกว๊านพะเยาต้นทางแม่น้ำอิง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงได้หลากท่วมพื้นที่ อ.เทิง อ.ขุนตาล และ อ.เชียงของ 

ผู้ว่าฯเชียงรายลงพื้นที่เชียงของ ดูสถานการณ์น้ำอิง

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า ทางจังหวัดเชียงรายได้ประสานขอเครื่องดันน้ำจากกรมชลประทาน ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน และเครื่องเพิ่งจะเดินทางมาถึงวันนี้ หลังมาถึงเราก็ได้ดำเนินการติดตั้งและเดินเครื่องทำงานในทันที เหตุที่เราต้องนำเครื่องดันน้ำมาช่วยผลักดันน้ำอิงให้ไหลลงน้ำโขงเร็วขึ้น เพราะถ้าเราปล่อยให้น้ำไหลตามธรรมชาติ น้ำจะไหลช้ามาก ทำให้น้ำมันจะเอ่อท่วมพื้นที่ริมน้ำ ซึ่งแม่น้ำอิงมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่กว๊านพะเยา กว่าจะมาถึงพื้นที่เชียงรายก็เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร เราต้องทำให้มวลน้ำมันไหลลงน้ำโขงให้เร็วที่สุด ไม่ให้ราษฎรกลางทางที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำได้รับความเดือดร้อน เหมือนที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เทิง ซึ่งอยู่ในแนวทางผ่านของน้ำอิง ซึ่งต่างก็เดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า แถมร่องมรสุมยังพาดผ่านบริเวณ จ.เชียงรายมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว และทุกวันนี้ก็ยังไม่ไปไหน 

ผู้ว่าฯเชียงรายลงพื้นที่เชียงของ ดูสถานการณ์น้ำอิง

ผวจ.เชียงราย เผยต่อว่า ในส่วนที่ทางการจีนปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหงลงมาที่แม่น้ำโขง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางการรัฐบาลไทยจะต้องไปเจรจากับทางการจีน เป็นเรื่องที่ทางภาครัฐก็พยายามทำกันอยู่ ส่วนตนก็มีหน้าที่ในการดูแลรักษาพื้นที่ภายในจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด และเร่งให้มวลน้ำออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด 

พื้นที่ จ.เชียงราย มีแม่น้ำหลัก 2 สายคือ แม่น้ำอิงมาจากพะเยา และแม่น้ำกกไหลมาจากเชียงใหม่ ปัจจุบันปัญหามันอยู่ที่แม่น้ำอิง ซึ่งจะไหลผ่านพื้นที่ อ.เทิง อ.พญาเม็งราย อ.ขุนตาล และ อ.เชียงของ ส่วนแม่น้ำกกก็พยายามจะบริหารจัดการกันอยู่ ตนเป็นห่วงเรื่องฝนฟ้า น้ำป่าไหลหลาก เพราะเราเจอฝนตกต่อเนื่องแบบนี้มาเกือบครบเดือนแล้ว ซึ่งก็อาจจะเกิดจากปรากฏการณ์ลานิญญ่า สังเกตุจากปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่วันที่ 1-23 ส.ค. มีปริมาณน้ำฝนสะสมประมาณ 600 กว่ามิล ในขณะที่เดือน ส.ค. ทั้งเดือนของปี 2566 มีปริมาณแค่ 200 กว่ามิลเอง เดือนนี้แค่เพียง 24 สัน ก็มีปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่าปีก่อนถึง 3 เท่า ทั้งที่ยังไม่ครบเดือนเลยด้วย ก็เป็นเรื่องที่จะต้องฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่อื่นๆด้วย ว่าปรากฏการณ์ลานิญญ่าถือเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการรองรับและหาทางป้องกันแก้ไข 

ผู้ว่าฯเชียงรายลงพื้นที่เชียงของ ดูสถานการณ์น้ำอิง

"ในส่วนของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อมาทำโรงครัวพระราชทาน แจกถุงยังชีพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในตอนนี้ก็คือเรื่องของสุขอนามัย ทางหน่วยแพทย์เราได้จุดทีม ทั้งทีมที่ดูแลเรื่องการรักษายารักษาโรค และทีมที่ดูแลเรื่องสุขภาพจิต ตอนนี้ตนได้กำชับให้หมอจากทุก รพ.ให้สลับสับเปลี่ยนกันมาลงพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัย เพราะเราไม่ทราบว่าในอนาคตพื้นที่ไหนจะเกิดปัญหา ตอนนี้เรามีพื้นที่ที่ประสบปัญหาจำนวน 10 อำเภอ และมี 8 อำเภอที่ยังไม่เจอปัญหา เราก็ต้องมีการสับเปลี่ยนบุคลากรมาช่วยกัน

ด้านนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย กล่าวว่า ได้รับการสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 10 เครื่องจากกรมชลประทาน อัตราการสูบ(ผลักดัน) 1.2 ลบ.ม.ต่อวินาทีต่อเครื่อง ระยะยกน้ำ 1.2 เมตร ใช้พลังงาน 25 kw ความเร็วน้ำที่เหมาะสมกับการติดตั้ง ไม่เกิน 1.8 เมตรต่อวินาที ผลักดันได้ 12-13 ลบ.ม.ต่อวินาที จะผลักดันน้ำให้ไหลได้เร็วขึ้น 

ส่วนกรณีที่ปริมาณน้ำเขื่อนจิงหง ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีนตอนใต้มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น มีความกังวลว่าจะมีปริมาณน้ำมาเติมในแม่น้ำโขงทำให้น้ำในแม่น้ำสาขาระบายได้ยาก นายทวีชัยกล่าวว่า ในส่วนนี้ข้อมูลของ สทนช.มีอัตราการไหลของน้ำที่ท้ายเขื่อนจิ่งหง เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ประเมินกันด้วย เป็นข้อมูลที่เราดูระดับตลิ่งของแม่น้ำโขงของแต่ละวันเทียบกับในบ้านเรา แต่มีข้อมูลว่าท้ายเขื่อนก็มีฝนตก เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำในบ้านเราที่ระบายน้ำมา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มวลน้ำก็จะมารวมกันในแม่น้ำโขง

จากข้อมูลล่าสุดจาก สทนช.(สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) ระบุว่า ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนจิงหงเพิ่มขึ้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมาจาก 1,375 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 19 สค.67 เพิ่มเป็น 2,205 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 23 สค.และล่าสุดข้อมูลจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC)ระบุว่า วันที่ 24 สค. ระดับน้ำโขงที่หน้าเขื่อนจิงหงเพิ่มขึ้นอีก 0.46 เมตร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง