อัปเดตพายุโซนร้อน "วิภา" เตือนฝนหนัก-น้ำหลาก เรือเล็กงดออกฝั่งเด็ดขาด

พายุโซนร้อน "วิภา" จ่อขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน 22 ก.ค. ไทยรับอิทธิพลฝนถล่มเหนือ-อีสานตอนบน กรมอุตุฯ เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วม-คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกฝั่งถึง 25 ก.ค.

21 กรกฎาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตสถานการณ์พายุโซนร้อน “วิภา” ล่าสุด ขณะนี้ศูนย์กลางพายุอยู่บริเวณเมืองจ้านเจียง ประเทศจีน และกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปทางตอนบนของประเทศเวียดนาม คาดว่าจะขึ้นฝั่งในช่วงเช้าวันที่ 22 กรกฎาคม ก่อนจะอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง
แม้จะไม่พัดเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุลูกนี้ ทำให้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลางฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 22 ถึง 24 กรกฎาคม นี้
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม โดยเฉพาะเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้
วันที่ 21 กรกฎาคม 2568
ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา
วันที่ 22 กรกฎาคม 2568
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตากกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา
วันที่ 23-24 กรกฎาคม 2568
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา
สำหรับทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือหรืออพยพ หากสถานการณ์อยู่ในสภาวะวิกฤตและติดตามประกาศจากกรมอตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุดุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 11.00 น.







