ปภ. สั่ง 17 จว.ภาคเหนือ รับมืออุทกภัย

ปภ. สั่ง 17 จว.ภาคเหนือ รับมืออุทกภัย คาดเดือนนี้ปริมาณน้ำฝนจะมากกว่าปกติ
(2 ส.ค. 69) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานและ ปภ. ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยเปิดเผยคาดการณ์สภาพอากาศว่า ในเดือนสิงหาคมนี้ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ก่อนที่แนวโน้มฝนจะลดลงในเดือนกันยายนถึงตุลาคม และย้ายไปตกหนักทางภาคใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน จึงได้กำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน หลายพื้นที่เสี่ยงสามารถบริหารจัดการได้ดี อาทิ จ.เชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่า 3 อำเภอ แต่การตั้ง "วอร์รูมคู่ขนาน" เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ช่วยปกป้องพื้นที่เขตเศรษฐกิจไว้ได้ ส่วน จ.เพชรบูรณ์ มวลน้ำป่าจาก อ.หล่มเก่า ไหลสมทบเข้า อ.หล่มสัก เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมเครื่องสูบน้ำควบคู่กับการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast ช่วยให้ชาวบ้านเก็บของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที ขณะที่ จ.พิษณุโลก น้ำจากลำน้ำเฟียล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน แต่หน่วยงานได้บูรณาการนำเรือและเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือเร่งระบายน้ำแล้ว ด้าน จ.เชียงใหม่ สถานการณ์ภาพรวมเรียบร้อยดีจากมาตรการเชิงรุกป้องกันน้ำท่วมขังเขตเมือง ประกอบกับอ่างเก็บน้ำยังคงรองรับน้ำได้ดี
อธิบดี ปภ. ได้สั่งการเน้นย้ำด้านการเตรียมความพร้อมและการเผชิญเหตุ โดยให้ทุกศูนย์ ปภ.เขต และสำนักงาน ปภ.จังหวัด นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำการในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าทันที "โดยไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์" พร้อมประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อปพร. และมูลนิธิกู้ภัยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจและเขตเมืองต้องเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และสำรองสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบางให้เพียงพอ




